วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มะรอโซ จัทราวดี ไซตอนของผู้บริสุทธิ์! หรือ...วีรบุรุษของ PNYS. ? Maroso a very coward hero


มะรอโซ จัทราวดี 
ไซตอนของผู้บริสุทธิ์! หรือ
...วีรบุรุษของ PNYS. ? Maroso a very coward hero*
• ไทยเป็นผู้ให้มาตลอด ตลอดเวลาที่ให้ ก็ยังถูกประณามว่าเลว
• แผ่นดินนี้จะอยู่รอดหรือไม่?
• ชาวไทยวางเฉย!
• สื่อไทยไม่สนใจ สื่อมุสลิมกระทืบซ้ำ ...ไทยอยู่ได้ฤา
• หรือว่าแผ่นดินนี้ถึงกาลวิบัติเสียแล้ว
http://202.129.16.69/~surafile/VDO/maroso.wmv


• เลวเหมือนไม่ใช่มนุษย์อย่างนี้นี่แหละคือ วีรบุรุษของสื่อฯมุสลิมกับ PNYS.

• ชัดแล้วยัง? ใครคือไซตอน ใครคือแนวร่วมไซตอนที่ยกมะรอโซฯเป็นวีรบุรุษ 
http://surasiha.blogspot.com/

วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มะรอโซ ผู้หลงผิด ?


มะรอโซ ผู้หลงผิด ?
ประวัตินายมะรอโซ

โจรใต้ "ผู้หลงผิด"...?? แน่ใจแล้วหรือว่าหลงผิด...

นายมะรอโซ จันทรวดี โจรใต้ผู้ได้รับยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ RKK..

ดูประวัติเขาหน่อยว่า "วีรบุรุษเขาทำอะไรกันบ้าง"....



       "มะรอโซ" เป็นชื่อตามทะเบียนบ้าน เกิดเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2525 นั่นหมายความว่าอีก 3 วันก็จะครบรอบวันเกิดของมะรอโซ 31 ปี

ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 162 หมู่ที่ 7 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

         จากข้อมูลแฟ้มคดีของฝ่ายความมั่นคง นายมะรอโซ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับป.วิอาญา จำนวน 11 หมาย และหมายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 อีก 3 หมาย ล่าสุดนายมะรอโซ ถูกออกหมายจับ เพราะเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการสังหารครูชลธี เจริญชล ครูโรงเรียนบ้านตันหยง ต.บาเระใต้ เมื่อวันพุธ ที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา


3960300046665

162 ม.7 ต.บาเระ อ.บาเจาะ จ.นธ.

สมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบ ระดับ ปฏิบัติการตาเยอร์รี/คอมมานโด



  • กลุ่มเดียวกับ นายรอยะ กลามอ
  • ร่วมขโมยถังดับเพลิงในเขตเทศบาล อ.บาเจาะ เมื่อปี ๒๕๔๘
  • ลอบวางเพลิง ร.ร.บือเจาะ อ.บาเจาะ เมื่อ พ.ค.๕๐
  • ผู้รับผิดชอบ-พื้นที่ อ.ยี่งอ และ อ.บาเจาะฯ
  • สมาชิกลุ่มย่อยที่1 ในบ.ตันหยง ม.4 ต.บาเระใต้
  • หัวหน้าชุดปฏิบัติการ
  • เข้ารับการฝึกหลักสูตรตันเยอรี (RKK) ที่บ้านงาเน็ง ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จว.น.ธ.
  • เมื่อ ปี ๔๙ ร่วมก่อเหตุยิงราษฎรชาวไทยพุทธ โดยทำหน้าที่ประชุมและวางแผน 
  • กรณีเหตุคนร้ายลอบยิงรถปลัดอำเภอจังหวัดนราธิวาสและรถยนต์ทหาร ที่ บ้านส้มป่อย ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส มีรายละเอียด
  • สมาชิกฯ ระดับปฏิบัติการ (คอมมานโด)
  • เข้ามาเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ปะการายอ อ.กะพ้อ
  • สมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง แต่งกายชุดดำ คล้าย จนท.ทพ. พร้อมอาวุธ ปลย.M ๑๖ และ ปลย.AK-๔๗ เคลื่อนไหวบริเวณเทือกเขาปูลา ในพื้นที่ บ.ปูลา (บ้านสาขา บ.-ประปา) ม.๖ ต./อ.บาเจาะฯ

    ลอบวางระเบิดบนถนนภายในหมู่บ้านดูกู ม.๗ ต./อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ขณะที่ จนท.ทหารเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว แรงระเบิดทำให้ จนท.ทหารได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
  • ร่วมประชุมที่ร้านน้ำชา หน้า ร.ร.บ้านดูกูสุเหร่า ฯ เพื่อวางแผนทำการปล้นอาวุธปืนลูกซอง จนท.อุทยานแห่งชาติน้ำตกปาโจ เมื่อ ๑๙ ต.ค. ๒๕๔๙
  • ลอบยิงฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.๓๒ บริเวณหน้า วัดอุไรรัตนาราม ถ.สายบาเจาะ - บ้านทอน ต./อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
  • ปล้นอาวุธปืนลูกซองทางราชการ ของนายไพศอล กือแมแซเจะลอ ที่อยู่บ้านเลขที่ ๕๓/๑ ม.๔ ต./อ.บาเจาะ ฯ จำนวน ๑ กระบอก เหตุเกิด เมื่อ ๑๙ ต.ค. ๔๙ เวลากลางคืน ม.๔ บ.ปาโจ ต./อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
  • สมาชิกกลุ่ม ผกร.จำนวน ๑๕ คน พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ แต่งกายชุดลายพราง และชุดดำคล้าย ทพ. ประชุมวางแผน เตรียมก่อเหตุในพื้นที่ อ.ยี่งอ และ อ.บาเจาะ ด้วยการลอบยิง ตร. ทหาร และ อส.อ.บาเจาะฯ ขณะ ลว.บนถนนหมายเลข ๔๒ (สายนราธิวาส – ปัตตานี) ลอบวางระเบิด ในสวนยางพาราชาวไทยพุทธ ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ในพื้นที่ อ.เมือง และลอบวางเพลิงศาลาที่พักริมทาง/เผายางรถยนต์ ซึ่งสอดคล้องกับ สมาชิก/ แนวร่วมกลุ่ม ผกร.พูดคุยกันว่ากำลังติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐ สำหรับในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ปรากฏข่าวสารว่ากลุ่ม ผกร.ได้เตรียมระเบิดแสวงเครื่องซุกซ่อนในรถยนต์ เพื่อก่อเหตุในห้วงเทศกาลไหว้ศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ และห้วงงานกาชาดประจำปีห้วงจัด
  • ลอบวางระเบิดบนถนนภายในหมู่บ้านดูกู ม.๗ ต./อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ขณะ จนท. ทหารเดินทางโดยรถยนต์ผ่านเส้นทางดังกล่าว ทำให้ จนท.ทหารได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
  • ร่วมประชุมที่ร้านน้ำชา หน้า ร.ร.บ้านดูกูสุเหร่า ฯ เพื่อวางแผนทำการปล้นอาวุธปืนลูกซอง จนท.อุทยานแห่งชาติน้ำตกปาโจ เมื่อ ๑๙ ต.ค. ๒๕๔๙
  • ลอบยิงฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.๓๒ บริเวณหน้าวัดอุไรรัตนาราม ถ.สายบาเจาะ - บ้านทอน ต./อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
  • ปล้นอาวุธปืนลูกซองทางราชการ ของนายไพศอล กือแมแซเจะลอ ที่อยู่บ้านเลขที่ ๕๓/๑ ม.๔ ต./อ.บาเจาะ ฯ จำนวน ๑ กระบอก เหตุเกิดเมื่อ ๑๙ ต.ค. ๔๙ เวลากลางคืน ม.๔ บ.ปาโจ ต./อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
  • เป็นผู้กดระเบิด กรณีวางระเบิดรถยนต์ทหารนาวิกโยธิน บนถนนบ้านดูกู อ.บาเจาะ ฯ เมื่อ ๑๓ พ.ค.๔๘ ทหารเสียชีวิต ๓ นาย บาดเจ็บ ๗ นาย
  • พบปะกับสมาชิก จำนวน ๕ คน ที่หลังบ้านพักของตนเอง มีปืน M ๑๖ จำนวน ๒ กระบอก และระเบิดแสวงเครื่องประกอบเสร็จแล้ว จำนวน ๕ ลูก ซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ บ.ดูกูสุเหร่า เพื่อเตรียมก่อเหตุ จนท.รัฐ (ทหารและตำรวจ) ที่สัญจรบนถนสาย ๔๒
  • เมื่อ ๘ พ.ค.๕๔, นายมะรอโซฯ แต่งกายลักษณะคล้ายนักแสวงบุญ (ดาวะห์) พร้อมด้วย สมาชิกจำนวน ๓ คน ขับขี่รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เวฟ ๑๒๕ สีน้ำเงิน และ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ ไม่ทราบทะเบียน เดินทางจากพื้นที่บ้านตันหยง ม.๔ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จว.น.ธ. เข้าไปในพื้นที่ บ้านฮูแตยือลอ ม.๖
  • เมื่อ ๑๐ ส.ค.๕๔ ปรากฏความเคลื่อนไหว นายมะรอโซ จันทรวดี สมาชิกระดับแกนนำปฏิบัติ พร้อมสมาชิกจำนวน ๔ คน ได้วางแผนก่อเหตุต่อเป้าหมายที่เป็นสายข่าวของ จนท.รัฐ และผู้นำท้องถิ่นที่ให้ความร่วมมือกับ จนท.รัฐในพื้นที่ ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่นฯ ในห้วงวันที่ ๑๓-๑๖ ส.ค.๕๔ และในการก่อเหตุสามาชิกกลุ่มดังกล่าวจะแต่งกายชุดพรางคล้าย จนท.ทหาร ใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ๔ ประตู (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน) เป็นพาหนะในการก่อเหตุ
  • เมื่อ ๑๐ ส.ค.๕๔ ปรากฏความเคลื่อนไหวของ นายมะรอโซ จันทรวด หรือ แบโซ พบปะเพื่อหารือกับแกนนำผู้ปฏิบัติในพื้นที่ ม.๑ บ.บือเจ๊าะ ม.๓ บ.ดูกู และ ม.๗ บ.ดูกูสุเหล่า ต./อ.บาเจาะ เพื่อวางแผน ก่อเหตุในพื้นที่ อ.เมือง อ.ยี่งอ และ อ.บาเจาะ รวมถึงพื้นที่ ๓ จชต.
  • เมื่อ ๐๗ ก.ย.๕๔ นายมะรอโซ ฯ เคลื่อนไหวในพื้นที่ ม.๖ บ.ฮูแตยือลอ ต.บาเร๊ะใต้ และ ม.๒ บ./ต.ลูโบ๊ะซาวอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
  • เมื่อ ๑๑ ก.ย.๕๔,ปรากฏความเคลื่อนไหว กลุ่ม ผกร.รวมตัวกันประมาณ ๑๑ คน แต่งกายชุดดำ คล้ายทหารพราน อาวุธปืนครบมือ เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ บ.ซูโว ม.๕ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะฯ (คาดว่าเป็นกลุ่มของ นายมะรอโซ จันทรวดี) โดยมี ผญบ. ม.๕ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะฯ เป็นผู้ส่งเสบียงให้
  • หมายจับ ป.วิ.อาญา ศาลนราธิวาส ที่ จ. ๑๑๙/๒๕๔๙ ลง ๓ ก.พ.๒๕๔๙ ท้องที่ สภ.บาเจาะ ข้อหาร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ ผลการปฏิบัติหลบหนี
  • หมายจับ ป.วิ.อาญา ศาลนราธิวาส ที่ ๕๙๙/๒๕๔๙ ลง ๒๔ พ.ค.๒๕๔๙ ท้องที่ สภ.บาเจาะ ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ผลการปฏิบัติหลบหนี
  • หมายจับ ป.วิ.อาญา ศาลนราธิวาส ที่ จ. ๗๙๕/๒๕๕๐ ลง ๗ พ.ย.๒๕๕๐ ท้องที่ สภ.บาเจาะ ข้อหาก่อการร้ายร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ พยายามฆ่าผู้อื่นฯ
  • หมายจับ ป.วิ.อาญา ศาลนราธิวาส ที่ จ. ๘๖๗/๒๕๕๐ ลง ๒๑ พ.ย.๒๕๕๐ ท้องที่ สภ.บาเจาะ ข้อหาร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ในเวลากลางคืน ผลการปฏิบัติหลบหนี
  • เมื่อ ๑๙ ต.ค.๕๔,นายมะรอโซ จันทรวดี พร้อมกลุ่มระดับแกนนำระดับผู้ปฏิบัติการในขบวนการ RKK เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส คือ พื้นที่ ม.๓ บ./ต.กาเยาะมาตี, ม.๔ บ.ตันหยง ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยมีผู้ร่วมเคลื่อนไหว คือ ๑.นายอิสมาแอ มะซู ๒.นายอุเซ็ง มะเซาะ ๓.นายอาพันดี ดอเลาะ ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นกลุ่มแนวร่วมในการก่อเหตุชำนาญในการลอบยิง,ลอบวาง ระเบิดซึ่งเป็นลูกน้องของนายมะรอโซฯ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการ RKK ครั้งนี้เพื่อวางแผน, สั่งการในการสร้างสถานการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่เป้าหมายและเข้ามาใน พื้นที่ อ.เจาะไอร้องฯ , อ.เมือง จ.นราธิวาส รวมทั้งก่อเหตุสร้างสถานการณ์ลอบวางระเบิด จนท.ของรัฐในขณะออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ และ ลอบยิง จนท.ของรัฐในขณะ ลว.เส้นทาง รวมถึงลอบวางระเบิดเส้นทางรถไฟ จากสถานียะลา มา สถานีสุไหงโก-ลก
  • เมื่อ ๒๔ ต.ค.๕๔,ได้รับรายงานข่าวสารเกี่ยวกับการลอบวางระเบิดของกลุ่มขบวนการ RKK ในพื้นที่ อ.เมือง นธ. เมื่อ ๒๓ ต.ค.๕๔ ซึ่งทำให้ จนท.อส.อ.เมือง นธ.เสียชีวิต ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มของนายมะรอโซฯ และเป็นบุคคลที่ต้องสงสัยร่วมการก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อ ๒๐ ต.ค.๕๔ โดยผู้เข้าร่วมขบวนการในครั้งนี้ประกอบด้วย ๑.นายอิสมาแอ มะแซ ๒.นายอุเซ็ง มะแซ ๓.นายอาพันดี พฤติกรรมเป็นมือปืนและชำนาญการในการลอบวางระเบิด
  • นายมะรอโซ ฯ วางแผนประชุมสมาชิกในพื้นที่ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส เพื่อลอบยิงฐานปฏิบัติการของ จนท.ทหาร ในพื้นที่ อ.บาเจาะ, อ.ระแงะ และ อ.รือเสาะ ตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค.๕๔
  • เตรียมก่อเหตุโจมตีฐานปฏิบัติการทหาร หมวดปืนเล็กที่ ๒ ร้อยปืนเล็กที่ ๑ ฉก.นราธิวาส ๓๒
  • เมื่อ ๒๕ เม.ย.๕๕,๑๘๓๐ นายมะรอโซ จันทรวดี และสมาชิก ๕ - ๗ คน แต่งกายชุดดำพร้อมอาวุธสงครามคล้าย ทพ. ได้เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ ม.๓ บ.ดูกู ต.บาเจาะ, ม.๒ บ.ปะลุกาสาเมาะ ต.ปะลุกาสาเมาะ และ ม.๑ บ.จำปากอ ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะฯ เพื่อพบปะหารือกลุ่มแกนนำระดับผู้วางแผนและสั่งการในพื้นที่ คาดว่าเป็นการพบปะหารือ เพื่อวางแผนสร้างสถานการณ์ก่อความไม่สงบครั้งใหญ่ในพื้นที่ ๓ จชต. เนื่องจากใกล้วันครบรอบเหตุการณ์ บ.กรือแซะฯ
  • เมื่อ ๙ มิ.ย.๕๕ ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่า ในวันที่ ๘ มิ.ย.๕๕ นายมะรอโซ จันทรวดี มีหมายจับ ป.วิอาญาฯ ได้เดินทางมาพบกับสมาชิกกลุ่ม ผกร.ในพื้นที่ บ.กาเยาะมาตี ม.๓ ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะฯ คาดว่าน่าจะมาพบแนวร่วม หรือเตรียมวางแผนเพื่อก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • เมื่อ ๑๕ มิ.ย.๕๕ เวลาประมาณ ๒๒๓๐ คนร้าย จำนวน ๒ คน ขับขี่รถ จยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า ไม่ทราบทะเบียน เป็นยานพาหนะ มาจอดบริเวณ หน้าบ้านเลขที่ ๑/๑ บ.ดูกู ม.๒ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ใช้อาวุธปืน ยิง ส.ต.ต.อิสมาแอ อาแว อายุ ๒๖ ปี บ้านเลขที่ ๔๔/๓ ม.๔ ต./อ.รือเสาะฯ (สังกัด ปพ.ศชต.), นายดอเลาะ อาแว อายุ ๔๙ ปี (บิดา) และนายอาแซ อาแว อายุ ๔๑ ปี (น้าชาย) บ้านเลขที่ ๔๔/๕ ม.๔ ต./อ.รือเสาะ ฯ (ผช.ผญบ.) ขณะกำลังเตรียมงานแต่งงาน ของ ส.ต.ต.อิสมาแอ ฯ ที่บ้านเจ้าสาว กระสุนถูก นายอาแซฯ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ,นายดอเลาะฯ บริเวณแขน ได้รับบาดเจ็บ และ กระสุนถูก ส.ต.ต.อิสมาแอฯ บริเวณท้ายทอย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่คนร้ายจะขี่รถ จยย.หลบหนีไป คนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน ก่อนหลบหนีคนร้ายได้เอาอาวุธปืนพกสั้นขนาด ๙ มม.จำนวน ๑ กระบอก และขนาด .๓๘ จำนวน ๑ กระบอก ของนายอาแซฯ และ ส.ต.ต.อิสมาแอ ฯ หลบหนีไปด้วย
  • ตามที่ปรากฏข่าวเมื่อ ๓๐๐๘๐๐ ก.ค.๕๕ กลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.บาเจาะ และ อ.ยี่งอ จว.น.ธ. โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากการตรวจสอบกรณีดังกล่าวทราบชื่อบุคคลต้อง สงสัยคือนายมะรอโซ จันทรวดี แกนนำระดับผู้ปฎิบัติการขบวนการ RKK ปัจจุบันหลบหนีคดีความมั่นคงและเคลื่อนไหวในพื้นที่อ.เมือง จว.น.ธ. และ อ.สายบุรี จว.ป.น. เป็นแกนนำระดับผู้ปฎิบัติการ และ ควบคุมพื้นที่ อ.บาเจาะ และ อ.ยี่งอ จว.น.ธ. โดยเป็นบุคคลต้องสงสัยในการลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.บาเจาะ ฯ เมื่อ ๓๐ ก.ค.๕๕ บุคคลดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด(เป็นมือปืนคุ้มกันให้ กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ )
  • เมื่อ ๑๕ ส.ค.๕๕ นายมะรอโซ จันทรวดี หรือ แบ แกนนำระดับผู้ปฏิบัติการขบวนการ RKK พร้อมกับกับพวกอีก ๓-๕ คน มีอาวุธสงครามติดตัว เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.บาเจาะ จว.น.ธ. (พื้นที่เขตติดต่อกับ อ.สายบุรี จว.ป.น.) โดยเชื่อมโยงในการเข้าในพื้นที่ อ.สายบุรี จว.ป.น.
  • เมื่อ ๒๐ ส.ค.๕๕ กลุ่ม ผกร.ในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา เข้ามาสมทบกับสมาชิกกลุ่มนายมะรอโซ จันทรวดี บริเวณเทือกเขาบูโด ในพื้นที่ บ.ปะลุกาสาเมาะ หมู่ที่ ๒ ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ฯ เพื่อประชุมวางแผนเตรียมร่วมกันก่อเหตุในการลอบยิงทหาร และ ตร. ขณะ ลว.บนถนนสายบาเจาะ - ยะลา ในเขตพื้นที่ ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ฯ ตั้งแต่ ๓๑ ส.ค.๕๕ เป็นต้นไป เพื่อเป็นการตอบโต้กรณีเมื่อ ๑๙ ส.ค.๕๕ เจ้าหน้าที่จับกุมนายอัชชัน สามะ อายุ ๒๓ปี สมาชิก ผกร.ระดับปฏิบัติการ ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ ๓๖ บ.ชูโว หมู่ที่ ๕ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ ฯ ซึ่งถูกจับกุม ในพื้นที่ บ.คลอแระ หมู่ที่ ๓ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ ฯ
  • เมื่อ ๖ ก.ย.๕๕ ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่า นายมะรอโซ จันทรวดี อายุ ๓๑ ปี/๕๕ บุคคลมีหมายจับ ป.วิอาญาฯ ได้เดินทางมาพบกับสมาชิกกลุ่ม ผกร. ในพื้นที่ บ.ฮูแตยือลอ ม.๖ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จว.นราธิวาส คาดว่าเข้ามาดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือเตรียมวางแผนก่อเหตุในพื้นที่ดังกล่าว
  • เมื่อ ก.ค.๕๕ มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด(เป็นมือปืนคุ้มกันให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่)


 
     ทั้งหมดนี้คือ วีระกรรม ของนายมะรอโซ ผู้ได้ชื่อว่า "วีรบุรุษ RKK"

http://surasiha.blogspot.com/

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มะรอโซ จันทราวดี จากเหยื่อสู่ แกนนำ RKK


มะรอโซ จันทราวดี จากเหยื่อสู่ แกนนำ RKK
มะรอโซ จันทราวดี จากเหยื่อสู่ แกนนำ RKK

           สวัสดีครับเพื่อนผู้รักชาติทุกๆท่าน เรามาจับโกหกสื่อมุสลิมกันดีกว่า

          วันนี้ขอเขียนร่ายยาวนิดนะครับ  เรื่องของความมั่นคงที่น่าเป็นห่วง ขณะที่แผ่นดินไทยกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ และหลากสี สื่อฯที่เป็นแนวร่วมผู้ก่อการร้ายหลากหลายอยู่ทุกสีที่หลากหลายเช่นกัน ผู้ก่อการร้ายบอกว่า “มุสลิมมิใช่ผู้ก่อการร้าย”  แต่ปรากฏว่า “ผู้ก่อการร้ายเป็นมุสลิม” เสียนี่

            ทุก ๆ อาชีพ มีมุสลิมอยู่ด้วยมิใช่เรื่องแปลกแต่แปลกที่ มุสลิมเอาหน้าที่การงาน คัดท้าย ทำงานเอื้อเพื่อขยายอิสลาม เบียดพุทธ และเปลี่ยนไทยเป็นรัฐอิสลามให้ได้

            มีกรณีหนึ่งที่ยกมาให้เห็นได้และมีพยานหลักฐาน ท่านเชื่อหรือไม่ว่า เป็นรายการธรรมะที่ผู้ดำเนินรายการคือ พล.ต.ทองขาว พ่วงรอดพันธุ์ บรรยายธรรมร่วมกับ พระมหาประนอมผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจากแดง

             พระอาจารย์มหาประนอม ได้บรรยายไปเรื่องการต่อสู้ของพระพม่า แผ่นดินที่ท่านได้ไปอยู่เพื่อเรียนพระไตรปิฎกมากว่าสิบปีมาเล่าให้ฟัง

            ท่านเล่าไปถึงความแข็งแกร่งของพระสงฆ์ และชาวพม่าพุทธที่ไม่ยอมลดลาวาศอกให้กับมุสลิม และมุสลิมก็หาทางแกล้งพระสงฆ์ทุกวิถีทาง

           ขณะที่ท่านเล่าไปนั้นท่านไม่รู้เลยว่าเสียงที่ออกอากาศกลายเป็นเสียงเพลงไปแล้ว ....มารู้ทีหลัง และสอบถามได้ความว่าคนควบคุมเสียงนั้นเป็นมุสลิม

          นี่ก็เช่นเดียวกันกับมุสลิมที่อยู่ประจำสื่อต่างๆ จะไม่สำแดงอะไรออกมาชัดเจนเมื่อไม่ถึงเวลา มาบัดนี้เราก็ได้เห็นแล้วจากสื่อ “ประชาไท”

         หลายครั้งแล้วที่สื่อประชาไท แสดงออกว่าเอียงข้างโจรก่อการร้าย แต่ไม่ชัดเจนเท่าครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า เจ้าของคอลัมน์และผู้เขียนคือ นายเอกรินทร์ ต่วนศิริ เขียนออกมาจากใจลึกๆ บ่งบอกถึงวิธีคิดอย่างชัดเจน

         ต่อจากนี้ผมจะวิเคราะห์ย่าวจากประชาไท ฉบับ Fri, 2013-02-15 พาดหัวข่าว มะรอโซ จันทราวดี “จากเหยื่อสู่ แกนนำ RKK.   โดย  เอกรินทร์ ต่วนศิริ


·                    นาย เอกรินทร์ ต่วนศิริ ได้บอกว่า
        ถ้าอยากทราบสถานะของนาย มะรอโซ จันทราวดี ให้ “ค้นหาใน Google แล้วพิมพ์ชื่อนี้ลงไป จะพบข่าวการรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ก็มาจากการให้ข่าวของเจ้าหน้าที่รัฐเกือบทั้งหมด”
        นั่นคือ....ความเป็นโจรผู้ก่อการร้ายเชื่อถือไม่ได้ ....เพราะว่า...  “เจ้าหน้าที่เป็นผู้ให้ข่าว” (ก็คือผู้กล่าวหานั่นเอง ...ที่จริงที่ฆ่ามาแล้วมากมายพวกมันเป็นคนดี) 


·                     เรื่องนี้แม่โกหก หรือ ลูกนายมะรอโซฯ โกหก?

          นางเจ๊ะมะ เจ๊ะนิ อายุ 53 ปี ผู้เป็นแม่ได้เล่าว่า หลังจากเหตุการณ์ประท้วงที่หน้า สภ.ตากใบ มะรอโซก็เปลี่ยนไปมาก มะรอโซกลับมาเล่าเหตุการณ์ตากใบให้คนที่บ้านฟังว่า วันนั้นตนเองโดนซ้อนทับ โดนถีบ มัดมือ ในรถบรรทุกของทหารที่จับตัวผู้ชุมนุมในคราวนั้น
         โดยตลอดทางเค้าก็โดนถีบโดนเจ้าหน้าที่เอาปืนทุบที่ร่างกายของผู้ชุมนุมที่อยู่บนรถตลอดทาง มะรอโซได้บอกที่บ้านเสมอว่า เค้ารู้สึกเจ็บปวดและแค้นใจมาก เพราะว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ...เค้าที่ว่า คือนายมะรอโซฯ ...โดนถีบได้อย่างไร? ในเมื่อโดนซ้อนทับอยู่
           !!! สงสัยจัง
           ....ทั้งโดนซ้อนทับ ทั้งโดนถีบ สองอาการนี้ทำพร้อมๆกันได้อย่างไร?
·                    ยกย่องเกินเหตุ 
           .....ชีวิตรัก นักรบ น่าจะเป็น “ชีวิตรักโจรกบฏ” มากกว่า
·                    นางเจ๊ะมะ เจ๊ะนิ ผู้เป็นแม่เล่าให้ฟังว่า ตนเองยังเคยโดนจับข้อหามีกระสุนปืนวางอยู่บนกล่องน้ำตาลทรายในบ้าน....

         ทำไม....ใช้คำว่าโดนจับ? 
         ทำไมไม่ใช้คำว่าเชิญตัวไปให้ปากคำ ?
         ..ที่จริงเป็นสื่อต้องรู้ แต่แกล้งไม่รู้บิดเบือนคำเรียกเพื่อหวังสร้างความเข้าใจผิด และโกรธแค้น สร้างความแตกแยกและหาแนวร่วมให้เกลียดทหารนั่นเอง
·                    น้องชายของนายมะรอโซก็โดนขังมาแล้ว 21 วัน ในข้อหาขว้างระเบิด แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิด          
         ..........แสดงว่า....ครอบครัวนี้มีพฤติกรรม สนับสนุนโจรก่อการร้าย เจ้าหน้าที่เขามีหลักฐานจึงเอาตัวไปสอบสวน
·                    ได้ทีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ด้วยข้อหาหนัก .....แต่ความน่าเชื่อถือ เบาเป็นปุยนุ่น
น้องชายของนายมะรอโซ ที่มีใบหน้าเหมือนกับพี่ ก็เคยโดนเจ้าหน้าที่ทหารจับในหมู่บ้านมาแล้ว โดยเจ้าหน้าที่คิดว่าเป็นนายมะรอโซ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์วันหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้น้องชายหมอบลงกับ พื้นและจะลั่นไกยิง....เป็นไปไม่ได้ครับ  ผิดกฎหมายและทหารก็ติดคุกนะครับ

อ่านต่อนะครับ
        แต่ผู้เป็นแม่ตะโกนออกมาว่านั้นคือน้องชายของนายมะรอโซ ขณะที่ผู้เป็นแม่บอกให้ฟังและชี้นิ้วไปทางน้องชายของนายมะรอโซที่กำลังยืนละหมาดใกล้ๆ แล้วกล่าวเบาๆว่า "น้องชายของนายมะรอโซแกสติไม่ค่อยดี" 
        โอ้ ละหมาดตลอดเวลาเลย ... สาธุ! 
        อ้าว! มีพยานรู้เห็นนี่........ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะยิงต่อหน้าพยานคือ แม่ ทหารทำก็โงบัลลัย....สรุปได้ว่า..โกหก !
        หลังจากนั้นไม่นานได้เกิดเรื่องใหญ่ในหมู่บ้านมีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดรถเจ้าหน้าที่ทหารที่ลาดตระเวนในหมู่บ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตทันที 10-11 คน ด้วยเหตุการณ์ในครั้งนั้น นายมะรอโซถูกศาลออกหมายจับในคดีข้างต้น จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นต้นมาชื่อของนายมะรอโซ ก็เป็นที่ต้องการของเจ้าหน้าที่ ทำให้นายมะรอโซต้องหนีออกจากหมู่บ้านโดยทันที
         ข้อคิด.... ก็เอาระเบิดมาฆ่าหมู่ คนที่ไม่รู้อิโหน่ อิเหน่โดนเข้าไปด้วย ก็ผิดหนักหนาอยู่แล้ว นี่ฆ่าทหาร ฆ่าเจ้าหน้าที่ ก็ต้องโดนสิครับ 
      ..... ถ้าไม่มีหลักฐานจริงๆ ศาลจะไม่ออกหมายจับแน่นอน...นี่เมืองไทยนะ ไม่เหมือนตอ.กลาง ที่ผู้หญิงโดนข่มขืนแล้วโดนเฆี่ยนด้วย

เป็นอันว่าประชาไทเป็นสื่อมุสลิมไปเรียบร้อยแล้ว
        อ่านฉบับเต็มๆ... ระวังจิตตนเองด้วยคอมพ์เอาไว้ใช้งาน มันไม่ได้ผิดอะไร? อย่าไปโกรธมันนะครับ
http://surasiha.blogspot.com/

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ยิงถล่มรถคนงานรับจ้างทำนาปัตตานี ตาย 2 เจ็บ 10

ยิงถล่มรถคนงานรับจ้างทำนาปัตตานี ตาย 2 เจ็บ 10
        เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 1 ก.พ. เกิดเหตุใช้อาวุธปืนมีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่บ้านบาโลย ม.2 ต.บาโลย ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 1 รายอยู่กลางถนน ทราบชื่อคือ นายเสน่ห์ ขุนเณร อายุ 50 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่ศีรษะ และลำตัว นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก จำนวน 11 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลยะหริ่ง ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ
  • 1.นายเอกรินทร์ หอมไชย อายุ 25 ปี 
  •    อาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 
  • 2.นายถนอม ขำเครือ อายุ 36 ปี 
  • 3.นายสุริยา ปลีแย้ม อายุ 24 ปี 
  • 4.นายณรงค์ ปลีแย้ม อายุ 27 ปี 
  • 5.นายจักรกฤษ อ่ำจีน อายุ 40 ปี 
  • 6.นายศุภการ ไชยคุมภา อายุ 34 ปี 
  • 7.นายจรัญ กันภัย อายุ 28 ปี 
  • 8.นางยุพิน คงเดิน อายุ 30 ปี 
  • 9.นายประเสริฐ วงษ์สนอง อายุ 30 ปี 
  • 10.นายนิรุต กันภัย อายุ 27 ปี (คนขับ) 
  • 11.นางยุภา กันภัย อายุ 31 ปี 
           โดยทั้งหมดมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 และขนาด 9 มม.เข้าลำตัว และถูกนำส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานี ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนทั้ง 2 ชนิดตกเกลื่อนบนถนน

        ก่อนเกิดเหตุทราบว่า ทั้ง 12 คนเป็นชาว จ.สุรินทร์ มารับจ้างทำนาในพื้นที่ ขณะที่นายนิรุต กันภัย ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีขาว มีหลังคาหลัง ทะเบียน ป 0515 ปัตตานี โดยอีก 11 คนนั่งอยู่ในรถ เดินทางออกมาจากทุ่งนาเพื่อกลับที่พักในตัวเมืองปัตตานี ปรากฏว่า มาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 4 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะขับตามประกบ แล้วใช้อาวุธปืนถล่มยิงใส่คนงานที่อยู่ในรถ เป็นเหตุให้นายเสน่ห์ถูกยิงตกจากรถเสียชีวิตทันที ขณะที่คนอื่นๆ ถูกยิงบาดเจ็บ นายนิรุต จึงรีบเร่งเครื่องหนี และไปยังโรงพยาบาลขอความช่วยเหลือ












http://surasiha.blogspot.com/

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ดักซุ่มยิงสองผัวเมียนักการภารโรง ดับ 2 ราย



ดักซุ่มยิงสองผัวเมียนักการภารโรง ดับ 2 ราย

 


เมื่อเวลา 17.32 น. วันที่ 29 ม.ค.เกิดเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนเลียบทางรถไฟในหมู่บ้านไอบาตู หมู่ 4 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี ที่เกิดเหตุ พบศพ นายดนัย ผุดผ่อง อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นนักการภารโรง โรงเรียนบ้านโต๊ะเด็ง มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองพรุนไปทั้งร่าง นอนจมกองเลือดอยู่ข้างศพ นางสุภาวดี ผุดผ่อง อายุ 39 ปี เป็นนักการภารโรง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโต๊ะเด็ง และเป็นภรรยานายดนัย มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกันพรุนไปทั้งร่างเช่นกัน และที่บริเวณใต้โคนต้นไม้รกทึบพบปลอกกระสุนปืนลูกซองจำนวน 3 ปลอกตกอยู่
ก่อนเกิดเหตุทราบว่านายดนัยได้ขี่รถจักรยานยนต์พร้อมภรรยานั่งซ้อนท้ายไปซื้อกับข้าวที่ตลาดสุไหงปาดี แล้วเสร็จจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก ถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่นายดนัย และภรรยาจำนวน 3 นัดซ้อนจนทั้งคู่เสียชีวิต และก่อนหลบหนีคนร้ายได้เดินออกมาจากป่าทำการค้นตัวผู้ตาย พบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ที่เหน็บอยู่ที่เอวของนายดนัยหลบหนีไป พร้อมกับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดงขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนไปด้วย
http://surasiha.blogspot.com/

ปะทะเดือด วิสามัญโจรใต้ดับ 1 ที่ศรีสาคร



ปะทะเดือด วิสามัญโจรใต้ดับ 1 ที่ศรีสาคร

        เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 23 ม.ค. ชุดปฏิบัติการพิเศษ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีสำคัญ ศชต.จำนวน 30 นาย ใช้กฎอัยการศึกบุกจู่โจมตรวจค้นบ้านพักต้องสงสัยไม่มีเลขที่ บ้านตามุง หมู่ 2 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส จากการขยายผล เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.55 ที่ผ่านมาว่า กองกำลังติดอาวุธ RKK หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักแนวร่วมหลังหนึ่งในพื้นที่ เมื่อถึงเป้าหมาย เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันโอบล้อม และแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ทันใดนั้น กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ แล้วกลุ่มคนร้ายได้หลบหนีมาหลบซ่อนตัวอยู่หลังบ้านพักเลขที่ 83 หมู่ 2 ต.เชิงคีรี และได้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่อีกระลอก หลังเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่พบศพ นายบูรฮัน เจ๊ะนะ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 4 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา และหมาย พ.ร.ก.ในคดีความมั่นคง จำนวน 2 คดี นอนจมกองเลือดเสียชีวิต มีบาดแผลถูกกระสุนปืน อาก้า และเอ็ม 16 ของเจ้าหน้าที่พรุนไปทั้งร่าง และใกล้กันเจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ของนายบูรฮันตกอยู่ จำนวน 1 กระบอก ส่วนกลุ่มคนร้ายที่เหลืออาศัยความชำนาญพื้นที่สามารถหลบหนีไปได้ 




http://surasiha.blogspot.com/

จ่อยิงครู รร.บ้านตันหยง เสียชีวิตเป็นรายที่ 158

จ่อยิงครู รร.บ้านตันหยง เสียชีวิตเป็นรายที่ 158



 


วันนี้ (23 ม.ค.) เมื่อเวลา 12.30 น.เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงครูโรงเรียนบ้านตันหยง ม.4 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ เสียชีวิตภายในโรงอาหาร ที่เกิดเหตุ พบศพนายชลธี เจริญชล อายุ 51 ปี ครู คศ.2 โรงเรียนบ้านตันหยง นอนจมกองเลือดอยู่ที่บริเวณประตูโรงอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ที่บริเวณศีรษะ จำนวน 2 นัด และใกล้กัน พบปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 2 ปลอกตกอยู่ ก่อนเกิดเหตุทราบว่าคณะผู้บริหารจำนวน 3 คน ได้เดินทางมาทำการประเมินการวิทยฐานะให้แก่คณะครูของโรงเรียนบ้านตันหยงอยู่นั้น เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง นายชลธี ผู้ตาย ได้คุมเด็กนักเรียน จำนวน 292 คน และครูอีก 15 คน เข้าไปรับประทานอาหารที่โรงอาหาร ในระหว่างนั้น ได้มีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นพาหนะมาจอดที่บริเวณหน้าโรงอาหาร 1 ใน 4 คนร้าย ซึ่งแฝงตัวเป็นผู้ปกครอง ได้เดินเข้าไปทำการทักทายนายชลธี ผู้ตาย แต่เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ออกมาจ่อยิงใส่ศีรษะของนายชลธี จำนวน 2 นัดซ้อน จนนายชลธีล้มลงทั้งยืน และเสียชีวิตคาที่ แล้วคนร้ายได้ขโมยกุญแจรถยนต์เก๋งของนายชลธี ยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์ ทะเบียน กข 1109 ยะลา ที่แนบไว้ที่เข็มขัด แล้วนำไปไขประตูก่อนที่จะสตาร์ทรถยนต์ขับหลบหนีไป
http://surasiha.blogspot.com/

วางระเบิดทหารชุดรปภ. 3 อำเภอนราฯ ตาย 1 เจ็บ 3

วางระเบิดทหารชุดรปภ. 3 อำเภอนราฯ ตาย 1 เจ็บ 3


นย.สละชีวิตเพื่อให้พี่น้องไทยพุทธ มุสลิม เข้าใจกัน รักกัน 
ดูเถิดพี่น้องทหารที่รักประชาชนมีแน่ ตายไปเยอะแล้ว 
ทหารรู้ว่าสักวันจะถึงคราวตนเองบ้าง ก็ไม่หวั่น 
ขอให้พี่น้องไทยพุทธ - มุสลิมอยู่สุข


 


เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 30 ม.ค. เกิดเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัดหมวดปืนเล็กที่ 2 ฉก.นราธิวาส 33 บริเวณสามแยกบ้านจูดแดง ม.6 ต.มะนังตายอ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่กลางถนนในสภาพถูกแรงอัดของระเบิดจนขาด 2 ท่อนไม่สามารถใช้งานได้ โดยใต้ซากของรถยนต์กระบะพบหลุมระเบิดลึก 70 ซม. กว้าง 90 ซม. และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนัก 25 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน ส่วนผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ พ.จ.อ.สุเทพ โมกคล้ายมูล หน.ชุดและเป็นพลขับ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 นาย คือ พลทหารอนุชิต เกล็ดนิล และพลทหารวสันต์ แก้วแสงสาย ก่อนเกิดเหตุทราบว่า พ.จ.อ.สุเทพ หัวหน้าชุด ได้นำกำลังรวม 2 นาย ขึ้นรถออกจากฐาน ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านจูดแดง เพื่อตระเวนวางกำลังไว้บนถนน เพื่อทำหน้าที่ รปภ.ครู หลังจากที่ พ.จ.อ.สุเทพ ได้วางกำลังแล้ว 2 นาย ได้ขับรถผ่านจุดเกิดเหตุ คนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์ขับผ่าน จนทำให้รถยนต์ที่ พ.จ.อ.สุเทพขับมาถูกแรงอัดของระเบิดขาดสองท่อน ส่วนพลทหารอนุชิต และพลทหารวสันต์ ที่นั่งอยู่ท้ายกระบะกระเด็นตกจากรถเช่นกัน แต่ พ.จ.อ.สุเทพถูกแรงอัดของระเบิดติดคาพวงมาลัย ก่อนที่เพื่อนทหารจะช่วยกันงัด พ.จ.อ.สุเทพออกจากรถ แล้วรีบนำตัวผู้บาดเจ็บทั้ง 3 นายส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ แต่ พ.จ.อ.สุเทพทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

ในเวลา 07.50 ในพื้นที่ อ.จะแนะ ได้มีคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก. จุดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือไปวางไว้บริเวณพุ่มไม้รกทึบข้างสะพานบ้านกูมุง ม.2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และคนร้ายได้จุดชนวนระเบิดในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 46 จำนวน 6 นาย กำลังเดินตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง ให้กับคณะครูโรงเรียนบ้านกูมุงผ่าน แต่รัศมีการทำลายล้างได้หักเหเข้าไปในป่าข้างทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด 


ในเวลาต่อมา 08.40 น. คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องชนิดแอมโมเนียในเตรท บรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนัก 5 กิโลกรัม ไปวางไว้ในจักรยานยนต์พ่วงข้าง ซึ่งจอดอยู่หน้าโรงเรียนบ้านไอสะเตีย หมู่ 3 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อทหารพรานชุด รปภ.ครู สังกัดกรมทหารพรานที่ 48 เดินผ่านมา คนร้ายจึงกดชนวนระเบิด และเกิดเหตุระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้ทหารพราน ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย





http://surasiha.blogspot.com/

โรฮิงญาในจ.ตรังเริ่มสร้างปัญหา



โรฮิงญาในจ.ตรังเริ่มสร้างปัญหา

โรฮิงญาในจ.ตรังเริ่มสร้างปัญหา

กลุ่มชาวโรฮิงญา อาศัยในบ้านพักเด็กและครอบครัวจ.ตรัง  เริ่มสร้างปัญหาไม่ยอมปฏิบัติตามกฎ จนเจ้าหน้าที่เกิดอาการเครียด เพราะไม่รู้ว่าต้องดูแลอีกนานแค่ไหน
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตรัง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนโคกขัน ตำบลทับเที่ยง ในเขตเทศบาลนครตรัง  เพื่อติดตามสภาพความเป็นอยู่ของชาวโรฮิงญา ทั้งชายและหญิง จำนวน 13 คน   โดยเป็นเด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 12 คน  และเป็นผู้หญิง อายุ 40 ปี เพียงคนเดียว  ซึ่งทั้งหมดได้ถูกส่งตัวมาจากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสงขลา นับตั้งแต่วันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา หรือเป็นระยะเวลานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว  เพื่อช่วยเหลือดูแลทั้งในเรื่องของอาหารการกิน และเรื่องที่พัก
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตรัง มีสถานที่ค่อนข้างคับแคบ  และที่ผ่านมาก็เคยรองรับผู้ที่ประสบปัญหาสูงสุดจำนวนแค่ไม่กี่คน  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวไทย และชาวเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว  ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็มีจำนวนจำกัด แถมยังมีผู้ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น  จึงประสบปัญหาในเรื่องของการพยายามจัดระบบ  เพราะในช่วงหลังมา ชาวโรฮิงญาที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป  ได้พยายามสร้างเงื่อนไขและไม่ค่อยยอมปฎิบัติตามกฎ  โดยมักจะทำอะไรตามใจของตนเอง และใช้งานเด็กเล็กๆ ในแทบทุกเรื่อง
ทั้งนี้ ในช่วงแรกชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ส่วนใหญ่  จะให้ความร่วมมือกับทางบ้านพักเด็ก  ทั้งการปรุงอาหาร การล้างจาน หรือการทำความสะอาด  แต่ขณะนี้บางคนจะไม่ยอมทำอะไรเลย  นอกจากลงมากินข้าวและของว่าง แล้วกลับไปนอนในห้องพัก  ทำให้ภาระทั้งหมดต้องตกอยู่กับทางเจ้าหน้าที่  เพราะต้องจัดอาหารให้กินวันละ 3 มื้อ รวมทั้งของว่างอีก 2 มื้อ  ตลอดจนเก็บกวาดสถานที่ และควบคุมดูแลตลอด 24 ชม.  จนส่งผลให้เจ้าหน้าที่บางคนเริ่มมีอาการเครียดเกิดขึ้น  และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่า จะต้องแบกรับภาระต่อไปอีกนานแค่ไหน
http://surasiha.blogspot.com/