วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เมืองบันดาอาเจะห์สั่งปิดวัดพุทธ 6 แห่งกับโบสถ์คริสต์ 9 แห่ง

เมืองบันดาอาเจะห์สั่งปิดวัดพุทธ 6 แห่ง โบสถ์คริสต์ 9 แห่ง
เมืองบันดาอาเจะห์สั่งปิดวัดพุทธ 6 แห่งกับโบสถ์คริสต์ 9 แห่ง 
อ้างไม่มีใบอนุญาต หลังถูกกดดันจากกลุ่มมุสลิมเคร่งจารีต

  อาเจะห์สั่งปิดวัดพุทธ-โบสถ์คริสต์

        ในวันอังคาร อิลลิซะห์ ซาอัดอุดดิน จามัล รองนายกเทศมนตรีบันดาอาเจะห์ เมืองเอกของจังหวัดอาเจะห์ ทางตอนเหนือสุดของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ทางการได้ปิดศาสนสถานเหล่านี้เนื่องจากไม่มีใบอนุญาต

       เธอบอกว่า วัดพุทธ 6 แห่งกับโบสถ์คริสต์ 9 แห่ง ได้ถูกปิดตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มแนวหน้าปกป้องอิสลาม หรือเอฟพีไอ ได้กดดันให้ทางการตัดสินใจดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดบรรยากาศตึงเครียด

       "เราไม่ต้องการให้เกิดปัญหาความปลอดภัยในบันดาอาเจะห์ เนื่องจากกิจกรรมที่ผิดกฎหมายเหล่านี้" เธอกล่าว

        อาเจะห์เป็นจังหวัดเดียวของประเทศที่บังคับใช้ศาสนบัญญัติของอิสลาม หรือชารีอะห์ เอฟพีไอได้ประกาศตนเป็นผู้สอดส่องศีลธรรมและกฎหมายอิสลาม บางครั้งได้นำกำลังตำรวจบุกจับการกระทำผิดกฎหมายตามบาร์และซ่องโสเภณี

       นิโก ทาริกัน ผู้นำประกอบศาสนกิจของโบสถ์แห่งหนึ่ง เผยว่า กลุ่มเอฟพีไอได้โจมตีโบสถ์แห่งนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และได้ส่งข้อความข่มขู่ว่า ถ้ายังคงจัดพิธีทางศาสนาในวันอาทิตย์ต่อไป พวกเขาจะทำลายอาคารหลังนี้

      ธีโอฟิลัส เบลา ประธานกลุ่มเอ็นจีโอ คริสเตียน คอมมูนิเคชัน ฟอรัม บอกว่า ตนได้ร้องขอให้รัฐบาลกลางในกรุงจาการ์ตายื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่โฆษกกระทรวงมหาดไทยได้แสดงท่าทีว่าจะไม่เข้ายุ่งเกี่ยว โดยตอบว่า "ไม่มีการปิดแต่อย่างใด เพราะบ้านเหล่านั้นยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นศาสนสถานแต่อย่างใด"

      รัฐธรรมนูญของอินโดนีเซียได้ให้หลักประกันในเสรีภาพทางศาสนา แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า อินโดนีเซียได้มีความอดกลั้นต่อความแตกต่างทางศาสนาน้อยลงในช่วงทศวรรษที่ ผ่านมา และรัฐบาลก็เพิกเฉยต่อปัญหานี้

      เกือบ 90% ของประชากร 240 ล้านคนของอินโดนีเซียเป็นชาวมุสลิม แต่คนส่วนใหญ่ยึดถืออิสลามในแนวทางสายกลาง
 
http://surasiha.blogspot.com/

ผู้หญิงในความหมายของ....อิสลาม!

ผู้หญิงในความหมายของ....อิสลาม!

           เกิดเป็นมุสลิมะห์ นี่แสนลำบาก

           เป็นคนกับเขาก็ไม่ได้เป็น..เป็นได้แค่....ทรัพย์สิน


           จะหาคู่ครองก็ไม่มีสิทธิเลือก...

           บางทีก็ถูกยัดเยียดความเป็นผัวให้เสียอีก

           คิดว่าเราเป็นเจ้าของ เราเป็นผู้สอนลูกที่เราให้กำเนิด 

           ...แต่กลายเป็นอิหม่ามสั่งได้เสียนี่

           เราจะเปลี่ยนศาสนา มันก็จะฆ่า


           ถ้า...เราจะตาย.....เราขอตายในศาสนาอื่นก็แล้วกัน


http://surasiha.blogspot.com/

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555

โฉมหน้าแกนนำระดับสั่งการ


โฉมหน้าแกนนำระดับสั่งการ





          พวกมึงคิดกันบ้างไหมว่า?

         ไม่ว่าพวกกู....จะตายไปเท่าไหร่...ทหารของกูก็ยังสู้กับมึง เพื่อพี่น้อง
         ทั้งพุทธ และ มุสลิม!

         พวกกู....สู้เพราะพรหมวิหารสี่ ที่พระพุทธองค์สอนให้รักเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่มองเห็นด้วยตาเนื้อ ...

         พวกมึง....อ้างพระเจ้า ที่มึงเองก็ไม่เคยเห็น .... ฆ่าคน


        พวกมึง....อ้างพระเจ้าค้ายาเสพติด ..... เอาเงินเข้ากระเป๋าพร้อมทำลายลูกหลานของมึงเอง


        พวกมึง.... ห้ามคนค้าขาย....ชาวบ้านเดือดร้อน


       พวกองค์กรอิสระเพื่อยุติธรรม.... แม่งเงียบไปแล้วเพราะได้เงินเยอะเลย เขาแบ่งให้มึงหรือเปล่า
?...ไม่มีทาง

        พวกองค์กรอิสระพอผัวตาย....ก็ผลักด้นให้ลูกได้เป็นผู้พิพากษาหญิงเรียบร้อยแล้ว .. แม่งก็เงียบสิ เงินก็ได้ ... ตำแหน่งให้ลูกก็ได้...


        แล้วมึงล่ะ นอนในป่าให้ยุงกัด


        ถ้ามึงทำงานสำเร็จ เป็นประเทศปัตตานี .....มีคนที่เยิรยอมึงนั่งบัลลังค์..สบาย สั่งการให้มึงทำงานให้มันต่อ


       ถ้ามึงทำงานสำเร็จ เป็นประเทศปัตตานี....นักการเมืองในสภาฯไทยนี่แหละจะเสวยสุข


       แล้วมึงล่ะ
? แค่ทหารกระจอก

       อุดมการณ์จอมปลอม ... ไอ้พวกที่หลอกใช้มึง..เขาอ้างเพื่ออำนาจตนเอง พร้อม ๆ กับทำลายอัลเลาะห์ไปเรียบร้อยแล้ว


       พวกมึงออกจากป่า มาทำงานเพื่อพี่น้องของมึง ยังมีโอกาสสำเร็จ


       คำเยิรยอ....ก็ไม่น้อยกว่าที่มึงได้ตอนนอนในป่า....อยากจะโง่ต่อก็เชิญ


       
      คนโง่อย่างมึงเป็นขี้ข้าคนเจ้าเล่ห์ในสภาฯไทย กับสภาฯมาเลย์ตลอดชาติ

http://surasiha.blogspot.com/

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

มุสลิมในพม่าบังคับ ชาวฮินดูที่เป็นเพื่อนกลุ่มน้อยร่วมชุมชนเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลามจนต้องย้ายหนี


มุสลิมในพม่าบังคับ ชาวฮินดูที่เป็นเพื่อนกลุ่มน้อยร่วมชุมชนเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลามจนต้องย้ายหนี
Hindu Families who do not want to convert to Islam relocate to the town of Sittwe
Sunday, September 23 2012

               วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (20 ก.ย.2555) ครอบครัวที่นับถือศาสนาฮินดูที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนาเข้ารับอิสลาม จำต้องย้ายถิ่นที่อยู่ ไป  ยังย่าน Pauk Taw (ป๊อค ตอว์) เมือง ซิตตุ่ยรัฐยะไข่ด้วยการช่วยเหลือจากหน่วยงานท้องถิ่น

            ครอบครัวชาวฮินดูเหล่านี้เดิมอาศัยอยู่ในหมู่บ้านTaung Ywar (ตวง ยอร์)ซึ่งเป็นหมู่บ้านมุสลิมที่มีคนอาศัยอยู่ประมาณ 180 ครอบครัว อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของย่าน ป๊อกเตา

               สมาชิกของคณะกรรมการของชุมชนชาวฮินดูจาก ซิตุ่ย ได้กล่าว สำนักข่าว Narinjara ดังนี้

        "ครอบครัวเหล่านี้ได้เดินทางมาถึง ซิตตุ่ย เวลา 11:30 เมื่อวานนี้ และเมื่อตอนตีสามกองกำลังความมั่นคงพาพวกเขาไปค่ายผู้ลี้ภัยชาวฮินดูตั้งอยู่ ทางด้าน ดันยาวาติ เป็นสถานที่ที่พวกเขาจะได้รับความสะดวก และจะได้จัดของใช้ที่จำเป็นให้"

             จากการศึกษาติดตามของผู้สื่อข่าวของเราในเรื่องการย้ายถิ่นฐานนี้มาจาก องค์กรศาสนาฮินดูแห่งซิตตุ่ย ได้แจ้งแก่รัฐบาล ในความยากลำบากในการตำรงชีวิตของ ครอบครัวฮินดูเหล่านี้ ที่ต้องเผชิญหน้า กับมุสลิมที่มีกำลังมากกว่า

           เมื่อทบทวนข้ออ้างที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับการอนุมัติการย้ายถิ่นฐานกระบวนการและด้วยความช่วยเหลือของมูลนิธิ วอน เลท ซึ่งเป็นมูลนิธิเอกชนท้องถิ่นในรัฐยะไข่ กระบวนการย้ายได้เริ่มต้นในวันที่ 20 กันยายน

           สมาชิกคณะกรรมการศาสนาฮินดู ที่ช่วยในการเคลื่อนย้ายกลุ่มชนฮินดูกลุ่มนี้ได้กล่าว ว่า
       "พวกเขาติดต่อเราและแจ้งให้ทราบถึงความยากลำบากที่พวกเขากำลังเผชิญ ความยากลำบากส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องศาสนา ชาวบ้านมุสลิมบังคับให้พวกเขาเปลี่ยนศาสนาเข้ารับอิสลาม และเมื่อพวกเขาปฏิเสธ พวกเขาเผชิญการละเมิดต่าง ๆ ทางด้านร่างกาย จากชาวบ้านเพื่อนมุสลิมร่วมหมู่บ้านของพวกเขานั่นเอง

          หลังจากเผชิญหน้ากับภัยคุกคามเหล่านี้และการละเมิดเหล่านี้ครอบครัวชาวฮินดูหาที่หลบภัยในหมู่บ้านยะไข่ใกล้ "หมู่บ้านเต้าแล Taw Lae (ตอ แล)" ประมาณหนึ่งเดือนกับอีก ยี่สิบหกวัน ด้วยความช่วยเหลือของประธานหมู่บ้าน U Thar Doe Aung (อู ตา โดะ ออง) ระยะหนึ่งก็ได้ย้ายถิ่นฐานไป Sittwe (ซิตตุ่ย) เริ่มด้วยความเห็นชอบของหน่วยงานภาครัฐ"

• Hindu Families who do not want to convert to Islam relocate to the town of Sittwe
http://www.wontharnu.com/index.php/news/198-hindu-families-who-do-not-want-to-convert-to-islam-relocate-to-the-town-of-sittwe


Hindu Families who do not want to convert to Islam relocate to the town of Sittwe


photo-Coral Arakan News Agency
photo-Coral Arakan News Agency
Sunday, September 23 2012

At last Thursday, four Hindu families who do not wish to convert to Islam have been relocated to the town of Sittwe, Rakhine state, from the district of Pauk Taw, Rakhine state, with the help of the local authorities.
These Hindu families have been living in the village of Taung Ywar, a Muslim village with approximately 180households, which is located in the southwestern part of Pauk Taw district.

A committee member of the Hindu community of Sittwe said to Narinjara news as follows:

“These families got to Sittwe at 11:30am yesterday, and at 3:00pm the security forces took them to the Hindu refugee camp located at Danyawati ward, where they will be provided the required assistances”

Our reporter learns that this relocation is a result of the plead from Hindu organization of Sittwe to the State Government with regard to the difficulties these Hindu families were facing in their predominantly Muslim community. Upon reviewing that plea, the state authorities approved the relocation process, and with the help of Won Let Foundation,a local NGO in Rakhine state, the relocation process began at the 20th September.
A Hindu committee member who helped for the relocation process said as follows:

“They contacted us and informed the difficulties they were facing. The difficulties are mainly because of religion. The Muslim villagers forced them to convert to Islam, and when they refused to convert their faith, they face various abuses including those are physical in nature, from their fellow-villagers. After facing these threats and abuses, these Hindu families sought refuge in the nearby Rakhine village of “Taw Lae village” for one month and twenty-six days, with the help of the village chairman U Thar Doe Aung. It is only after that period, the relocation to Sittwe began with the approval of the state government.”

Our reporter learns that there are altogether 25people in these 4Hindu families.

Source-Narinjara


http://surasiha.blogspot.com/

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ชีวิตสองวิถี “ลูก....เมีย กับ นกของข้าฯ”

ชีวิตสองวิถี ..."ลูก..เมีย..กับนกของข้าฯ"

ชีวิตสองวิถี “ลูก....เมีย กับ นกของข้าฯ”  




(ภาพแข่งขันนกกรงฯ 08)

  •  ปกติเมียขายของที่ตลาด ข้าฯดูแลลูก กับดูแลนก กับ ไปนั่งร้านน้ำชา
  • วันศุกร อัลเลาะห์สั่งให้หยุดขายของ เมียก็ต้องดูแลลูก ข้าก็ยังคงดูแลนก
  • เพราะว่าอัลเลาะห์ไม่ได้บอกให้หยุดดูนก....พระองค์ทรงเมตตาเสมอ




          ถึงตอนจ่ายเงินให้ลูกไปโรงเรียน เมียเขาขาดรายได้ไปวันนึง ต้องสอนให้ลูกใช้เงินให้ประหยัดอีกหน่อย  

  • ข้าฯ รักเมีย รักลูก ขอเพียงให้มีอาหารนก.........กับค่าน้ำชาไปคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการเมืองกับเพื่อนที่ร้านน้ำชาเพียงเล็กน้อย...ทุก ๆ วันเป็นใช้ได้




              งานแข่งนกคราวหน้า เชื่อแน่ว่านกของข้าต้องได้รางวัลแน่นอน แล้วข้าฯจะซื้อมอร์ไซค์สักคันเอาไว้ขับไปร้านน้ำชา

http://surasiha.blogspot.com/