วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554


สำนักข่าวมุสลิมไทย สมัย เจริญช่าง เปิดใจ 
ปัญหาฮิญาบ รร.วัดหนองจอก  ในที่ประชุม กอท. วันนี้
    กรณีนักเรียน  รร.วัดมัธยมหนองจอก ตามที่สำนักข่าวมุสลิมไทย ได้นำเสนอข่าวเป็นระยะ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2554 คุณสมัย เจริญช่าง ได้แจ้งให้กับที่ประชุมกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ถึงที่มาของปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ว่า
    จากที่มีนำเสนอข่าวเรื่องฮิญาบ รร.มัธยมวันหนองจอก ผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งนี้มีกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ซึ่งมี เชครีฏอ เป็นหัวหอก ในการดำเนินการ   มีการส่งข้อมูลไปยัง ASTV เสื้อเหลือง สนธิ ลิ้มทองกุล ทำให้นายกฯ สอบถามมายังท่าน
สมัย เจริญช่าง
คุณสมัย เจริญช่าง
    สมัยกล่าวว่า เรื่องเล็กๆ ทำเป็นเรื่องใหญ่  มีการอ้างถึงว่าคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ไม่ได้ดำเนินการอะไรเลยเกี่ยวกับปัญหา รร.วัดหนองจอก
    พร้อมกล่าวถึงที่มาของปัญหาว่า รร.ดังกล่าวนี้ตั้งในที่ดินของวัด กระทรวงศึกษาได้เช่าที่ดินของวัดเป็นเวลา 57 ปี อดีตมีนักเรียนไทยมุสลิม เกินกว่า 50% ปัจจุบันที่เหลือนักเรียนไทยพุทธมากกว่ามุสลิม มีนักเรียนทั้งหมดประมาณ 3,000 คน
    และว่า คุณสมัยได้ริเริ่มให้มีการจัดตั้งห้องละหมาด เมื่อปี 2526 พอปี 2535 ก็ได้มีการเปิดสอนอิสลามศึกษา
    ในอดีตไม่มีนักเรียนคลุมฮิญาบเลย ปี 2553 มีผู้ปกครองมาปรึกษาอยากให้ลูกหลานนักเรียนหญิงคลุมฮิญาบ เรียน
    และได้เคยมีการประชุมสอบถามนักเรียนว่า ใครประสงค์จะคลุมฮิญาบบ้าง จากเด็กที่เข้าประชุม ผู้ประสงค์จะคลุมฮิญาบมีไม่ถึงครึ่งหนึ่งของ นร.ที่เข้าประชุม
    ในที่สุดก็ได้มีการเสนอให้ร่างหนังสือแบบฟอร์มให้ผู้ปกครอง แจ้งไปยัง ผอ.โรงเรียน เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ประสงค์ให้นักเรียนหญิงมุสลิมภายใต้การดูแล แต่งกายตามหลักศาสนบัญญัติอิสลาม โดยใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติของประเทศไทย โดยทำหนังสือแจ้งเป็นรายบุคคล ส่งไปยัง ผอ.โรงเรียน
     เมื่อ ผอ.รร.ทราบ ก็เข้าหารือกับคณะครูผู้บริหารโรงเรียน โดยในคณะผู้บริหารมี ผช.ฝ่ายวิชาการ ที่เป็นหัวรุนแรงทางด้านพุทธนิยม (เรียกร้องให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ) คัดค้าน
     ทั้งนี้เมื่อคณะผู้บริหารโรงเรียนมีความเห็นที่แตกต่างกัน ไม่ได้ข้อยุติ จึงมีการส่งคำร้องทั้งหมดไปยัง  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กทม 2  และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2 ส่งเรื่องกลับมาว่า หากคณะกรรมการสถานศึกษา “มีเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งเห็นชอบว่าให้แต่งกายคลุมฮิญาบได้” ก็ให้ดำเนินการ
     โดยตามระเบียบ หากเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ก็ให้ผู้ปกครองมีสิทธิ์อุธรณ์ภายใน 30 วัน


     ทางวัด โดยเลขาเจ้าอาวาส ทำหนังสือไปร้องเรียนไปยังคณะกรรมการศาสนา ว่า “โรงเรียนกำลังทำลายอัตลักษณ์ของพุทธ” ทางกรรมธิการศาสนา ก็ลงมาสอบ เมื่อสอบเสร็จแล้ว คณะกรรมการสอบ ก็ได้ตำนิทางวัดว่า “ท่านไม่มีสิทธิ์ไปออกคำสั่งกับโรงเรียน”
     ต่อมาทางวัดไม่พอใจ ก็ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง กรรมมาธิการศาสนาวุฒิสภา และทางกรรมธิการศาสนาวุฒิสภาได้เชิญ ผอ.โรงเรียนไปสอบถาม
     หลังจากนั้น ได้มีการกำหนดให้มีการประชุมของกรรมการทั้งหมด 15 ท่าน (มีกรรมการที่เป็นมุสลิมรวมอยู่ด้วยจำนวน 2 ท่าน)มีผู้เข้าประชุมจำนวน 8 ท่าน(มุสลิมทั้งสองคน ไม่เข้าประชุม )
     ดังนั้นมติเอกฉันท์ ทั้ง 8 ท่าน ว่า ” ไม่อนุญาติให้นักเรียนแต่งกายที่มีอัตลักษณ์ของศาสนาอื่นเข้าเรียนที่ รร.วัดหนองจอก” ดังนั้น เมื่อมีมติดังกล่าวนี้ ทางผอ. ก็ได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง ผู้ปกครองโรงเรียนว่า สามารถร้องอุธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ตามระเบียนกระทรวงศึกษาธิการ
    คุณสมัย เจริญช่าง กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เชิญ ผอ.โรงเรียนมาพูดคุย และเสนอว่าหากพระมันมีปัญหามากนัก จะให้นักเรียนมุสลิมไปเรียนที่อื่นๆ คือ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนกว่า 500 คน
    พร้อมย้ำว่าปัจจุบันนี้ เรื่องมันอยู่ในขั้นตอนการอุธรณ์ ซึ่งเราควรแก้ปัญหาโดยใช้เหตุและผล เชื่อว่ายังมีทางออกอีกมากมาย
     ปัจจุบันนี้ในโรงเรียนมัธยมวันหนองจอก  ห้องละหมาดมีนักเรียนใช้ละหมาดอยู่ การเรียนอิสลามศึกษายังคงมีอยู่
     กล่าวเสริมว่า ได้เรียนท่านนายกฯว่า  ให้กระทรวงศึกษารีบเจรจารกับวัด อย่าให้ผู้ปกครองปะทะกับวัด มันจะทำให้ปัญหามันบานปลายได้นั้นเอง –www.muslimthai.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น