วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

สั่งประกบโจรใต้จ้อง‘คาร์บอมบ์’เทศกาลปีใหม่!
 
http://www.thaipost.net/news/171210/31651


 "มาร์ค" ยอมรับหน่วยข่าวแจ้งเตือนโจรใต้จ้องก่อเหตุคาร์บอมบ์จังหวัดชายแดนภาคใต้และ อ.หาดใหญ่ ในช่วงปีใหม่ สั่ง จนท.เกาะติด แม่ทัพภาค 4 ระบุเป็นการแจ้งเตือนปกติในช่วงทุกเทศกาล อย่าตื่นตระหนก มั่นใจมีแผนรับมือแล้ว

     หลังจากหน่วยข่าวความมั่นคงทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ระวังกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเตรียมก่อเหตุรุนแรงในช่วงเทศกาลปีใหม่ เมื่อวันพฤหัสบดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการรับมือการก่อเหตุรุนแรงว่า วันปีใหม่ส่วนใหญ่จะมองเรื่องการครบรอบหรือเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งตนได้ติดตามสถานการณ์อยู่ มีการรายงานมา เพราะช่วงเดือนพฤศจิกายนอาจเป็นเพราะน้ำท่วมหรืออะไรก็เบาบางลงไป  
     เมื่อถามว่า แสดงว่ามีรายงานจริงใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า "มีครับ" เมื่อถามย้ำว่า การข่าวความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ช่วงปีใหม่ ที่มีการรายงานถึงขนาดจะมีคาร์บอมบ์จำนวนเท่าไร จักรยานบอมบ์จำนวนเท่าไร จะต้องป้องกันได้ด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องไปต่อ ไม่ใช่ปริมาณ แต่เป้าอยู่ตรงไหน เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปดำเนินการ
     ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า หน่วยข่าวด้านความมั่นคงได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในพื้นที่ โดยระบุว่า พบความเคลื่อนไหวของนายดุลละหะเล็ง ยามาสกา หรืออุสตาซหะเล็ง จะกว๊ะ แกนนำอาร์เคเค ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา และนายยูโซะ มะเด็ง แกนนำอาร์เคเค ระดับหัวหน้าปฏิบัติการ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส และแนวร่วมก่อเหตุรุนแรงที่เป็นผู้หญิง 4 คนเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่บ้านตะโละเว ม.9 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา
     "โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวางแผนก่อวินาศกรรมในช่วงปีใหม่ ซึ่งทราบว่ามีวัตถุระเบิดที่ประกอบในรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 13 คัน ชุดที่จะปฏิบัติงานในครั้งนี้ได้ผ่านการฝึกจากค่ายฝึกในประเทศเพื่อนบ้านมาแล้ว เข้าร่วมจำนวน 8 คน มีการจัดเตรียมแบ่งเป็นชุดปฏิบัติเพื่อก่อวินาศกรรม โดยมีเป้าหมายคือ จ.สงขลา ย่านชุมชนใน อ.หาดใหญ่, จ.ยะลา เขตชุมชนเทศบาลนครยะลา ส่วน จ.นราธิวาส เป้าหมายคือเขตชุมชนตลาดเช้า อ.ระแงะ และบริเวณสถานีรถไฟ อ.ระแงะ เขตชุมชนตลาด อ.แว้ง และ อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งเป้าหมายอาจเปลี่ยนแปลงตามแต่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย" แหล่งข่าวระบุ
     พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีระบุว่ามีข่าวลอบวางคาร์บอมบ์ในพื้นที่ภาคใต้ช่วงปีใหม่นี้ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความชัดเจนของข้อมูลที่นายกฯ ออกมาเปิดเผย อย่างไรก็ตาม ช่วงเทศกาลทาง บช.ส.จะเพิ่มความเข้มข้นในการหาข่าวอยู่เสมอ เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชน
     ด้าน พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ไม่อยากให้เกิดความตื่นตระหนกกับการแจ้งเตือนของหน่วยข่าว เพราะเป็นการแจ้งเตือนตามปกติในช่วงเทศกาลสำคัญๆ ทุกช่วงเทศกาล เนื่องจากมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่เฝ้าติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
     "เรามั่นใจมาตรการที่เราดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงขณะนี้ที่อยู่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีการดำเนินการตามแผนที่มีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความสุขในช่วงปีใหม่ เพียงแต่เราไม่ประกาศว่าทำอะไรบ้าง เพราะฝ่ายตรงข้ามเขาติดตามดูเราอยู่ แต่ขอให้สบายใจว่ามาตรการทุกอย่างมีการดำเนินการอย่างรัดกุม" พล.ท.อุดมชัยกล่าว
     แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงเรื่องเตรียมยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในบางพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า อยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เนื่องจากเงื่อนไขของการพิจารณาว่าจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินพื้นที่ไหนบ้างนั้น สำคัญที่สุดคือเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ สามารถเดินทางเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่นั้นได้ด้วยความสะดวกและสบายใจหรือไม่ และทุกฝ่ายโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่จะต้องให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อนำพื้นที่สู่สันติสุข
     "ขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกันอยู่ ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่มีหลายพื้นที่ที่สามารถยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ และการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ลำบาก เพราะยังมีกฎหมายความมั่นคงอื่นที่ใช้ เช่น 4 อำเภอของ จ.สงขลา ซึ่งยก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้ว แต่ก็มีกฎหมายอื่นได้" แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
     วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานในงาน "100 ปี สภาความมั่นคงแห่งชาติ" ที่หอประชุมสโมสรกองทัพบก พร้อมกับกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "มุมมองต่อสถานการณ์และปัญหาความมั่นคงปัจจุบัน" ตอนหนึ่งถึงความมั่นคงของชายแดนว่า ปัญหาความมั่นคงที่พบทุกวันเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายแดนภาคใต้และความมั่นคงในพื้นที่อื่น โดยในส่วนของภาคใต้นั้นหลายส่วนมีความคล้ายคลึงกับการแก้ไขปัญหาประเทศในภาพรวม ในการทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยอย่างยั่งยืน 
     "โดยมีกระบวนการพัฒนาและยุติธรรมเพื่อนำความสุขกลับคืนมา ตามแนวทางเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่มีส่วนร่วมจากประชาชน และขณะนี้โครงการพัฒนาระดับหมู่บ้าน การสร้างโอกาสและอาชีพช่วยให้หลายพื้นที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้น ทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบ ทำให้รัฐบาลมุ่งสู่การยกเลิกกฎหมายพิเศษเช่นเดียวกัน ซึ่งอนาคตอันใกล้จะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในบางอำเภอของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย" นายอภิสิทธิ์กล่าว.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น