วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

เปลี่ยนเป็นมุสลิมแล้วชีวิตอาภัพตกอับ อัลลอฮ์และมุสลิมก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย...



มุสลิมไทยดอทคอม อดีตมุอัลลัฟโอดครวญสังคมมุสลิมที่นี่ส่อแววไม่เป็นธรรม
รังแกคนยากจนเล่นพรรคเล่นพวกถ้าไม่เชื่อในพระเจ้าก็จะกลับไปเป็นจีนแล้วสังคมที่นี่ กำลังผลักไสผู้ยากไร้กำลังข่มเหงเด็กกำพร้าและกำลังทำการฉ้อฉลต่อคนที่เข้ารับอิสลามหรือมุสลิมใหม่ที่มีอยู่หลายคนใน
ชุมชน

จากกรณีที่สำนักข่าวมุสลิมไทยนำเสนอข่าวเกี่ยวกับหญิงหม้ายลูก 2ที่กำลังโดนขับไล่ จากที่ดินวากัฟผู้สื่อข่าวมุสลิมไทยได้ไปสัมภาษณ์ผู้ที่ได้รับผลกระทบของเหตุการณ์ อีกหลายคนครอบครัวของนางถวัล หรือชารีฟะห์ แซ่ลิ้ม เป็นครอบครัวหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ จากการออกกฎระเบียบใหม่ของมัสยิด นางถวัล หรือชารีฟะห์ แซ่ลิ้ม อายุ 56 ปี กล่าวกับผู้สื่อข่าวมุสลิมไทยว่า
...”ตนเป็นคนไทยเชื้อสายจีน เข้ามารับนับถือศาสนาอิสลามและเป็น
มุสลิมมาแล้ว 37 ปี ตอนนี้ครอบครัวได้รับความลำบากเพราะกำลังโดน
ขับไล่ จากคณะกรรมการมัสยิดชุดใหม่ที่กำลังบ้าอำนาจ มาบังคับให้
เซ็นสัญญาแบบปีต่อปีชีวิตของตนตอนนี้ลำบากมาก สามีกำลังเป็นโรค
หัวใจ ตอนนี้ตนเครียดมาก เพราะทางคณะกรรมการกำลังฟ้องขับไล่ตน
ออกจากที่ดินวากัฟ(ที่ดินที่มีผู้บริจาคให้เป็นของมัสยิด)

ชารีฟะห์ หรือถวัล กล่าวว่า...
“ตนเคยไปหาคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยไปหาคณะ
กรรมการจังหวัด เพื่อขอความช่วยเหลือแต่นอกจากเขาจะไม่ช่วยเหลือ
แล้วเขายังขับไล่ฉันออกมาจากสำนักงานเขาขับไล่ฉันกับสามี หาว่าฉัน
ไปหมิ่นเขา”

“ตนเอารายชื่อของคนในชุมชนซอยวากัฟที่โดนขับไล่ ซึ่งมีรายชื่อฉันอยู่ด้วย
อยู่ในหมู่พี่น้องที่โดนขับไล่ ไปขอความเป็นธรรมว่าตนไม่ผิดอะไร แล้วทำไม
ต้องไล่ด้วย ทำไมคณะกรรมการมัสยิดยามาลุดดีน ต้องไล่ตนออกจากที่ดิน
วากัฟ ทำไมต้องทำแบบนี้

เขาก็ไล่ตะเพิดพวกตนออกมาแล้วก็ให้พวกนักเลงมาคุ้มครอง หาว่าตนจะไป
ทำร้ายถามว่าตนเป็นคนจนๆ มีแค่สองมือ และสามีก็เป็นคนป่วย ที่กำลังเป็น
โรคหัวใจ ไม่สบายแล้วตนกับสามีจะปัญญาไปทำอะไรใคร ลองคิดดูสภาพสิ

คณะกรรมการมัสยิดมองชาวบ้านเป็นศัตรูแค่เพียงชาวบ้านไม่ยอมเซ็นสัญญา
ฉบับใหม่ที่ไม่เป็นธรรมเพราะสัญญาฉบับเดิมที่มีอยู่ก็สมบูรณ์อยู่แล้ว
และไม่ได้ระบุอายุแห่งสัญญา”


นางถวัล หรือชารีฟะห์ แซ่ลิ้ม อายุ 56 ปี

“อยู่ๆ คณะกรรมการก็มาขับไล่ตนออกจากที่ดินบ้านที่ตกยกขึ้นบนที่ดินก็เป็น
อิฐเป็นปูน ตนจะเอาอะไรไปได้

เขาไล่พวกเราเหมือนหมูเหมือนหมา ประกาศทางเครื่องขยายเสียง 
มองเราเหมือนพวกยิวที่ชั่วร้าย พวกเขากำลังผลักไสให้ตนกลับไปเป็น
จีน กลับไปนับถือศาสนาพุทธ

นี่ถ้าไม่เชื่อในเรื่องความมีอยู่จริงของพระผู้เป็นเจ้า หรือสัจธรรมของท่านนบีมุ
ฮัมมัด(ศ็อลฯ) ฉันไปแล้ว แต่นี่ตนเป็นมุสลิมมานานแล้ว มีความผูกพันกับ
ศาสนาอิสลาม เหมือนคนที่เป็นมุสลิมโดยกำเนิด แต่สังคมมุสลิมที่นี่กำลัง
ทำการฉ้อฉลและ กดขี่ข่มเหงตนและครอบครัว ไร้ซึ่งความเมตตาปราณี

ทำเสมือนว่าเป็นสังคมบัดซบเหมือนนิยายน้ำเน่าในละตรไทย ฉันไม่เข้าใจเลย 
นี่หรือคือความเป็นพี่น้องที่มุสลิมพึงปฏิบัติต่อมุสลิม ที่มุสลิมพึงปฏิบัติต่อคนที่
เข้ามารับนับถือ ศาสนาอิสลามอันบริสุทธิ์ของท่านศาสดา

ฉันไม่เชื่อหรอกว่าสังคมมุสลิม และอิสลามที่แท้จริงจะเป็นเช่นนี้
สังคมมุสลิมที่นี่กำลังทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับอัลกุรอาน กำลังผลักไส
ผู้ยากไร้ กำลังข่มเหงเด็กกำพร้า และกำลังทำการฉ้อฉลต่อคนที่
เข้ารับอิสลาม หรือมุสลิมใหม่ที่มีอยู่หลายคนในชุมชน” 

- สำนักข่าวมุสลิมไทย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น