วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

บทเรียนของ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

คมชัดลึก :บทเรียนของ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส บอมบ์สูทหมดอายุ หุ่นยนต์กู้ภัยที่ใช้เก็บกู้ก็เสีย เครื่องตัดสัญญาณมือถือตัดไม่ได้ กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไม่ได้
ทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมายว่า “บอมบ์สูท" มีคุณภาพและได้มาตรฐานเพียงพอในการ “รักษาชีวิต" เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคสนามได้มากน้อยแค่ไหน
 จากเหตุการณ์ระเบิดรับปีใหม่ที่ ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 1 มกราคม 2554 กำลังตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง เมื่อตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายล้างวัตถุ หรือ อีโอดี เสียชีวิตคาชุดป้องกันระเบิด หรือ "บอมบ์สูท" ทั้งๆ ที่น่าจะบรรเทาแรงระเบิดได้ ขณะที่หุ่นยนต์ที่ใช้เก็บกู้ก็เสีย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสังเวยชีวิต

 จนเป็นเหตุให้ ด.ต.กิตติ มิ่งสุข เจ้าหน้าที่เก็บกู้ และทำลายระเบิด สังกัดตำรวจตระเวนชายแดนที่ 447 (ตชด.447) ต้องมาสังเวยชีวิตทันที พร้อมกับ จ.ส.ต.กฤษดา ทองโอ ผู้บังคับหมู่งานจราจร ในขณะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการเข้าไปพิสูจน์ทราบวัตถุต้องสงสัยในตลาด อ.สุไงปาดี

 “บอมบ์สูท" ของเจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายระเบิดของตำรวจ ปัจจุบันมีเพียง 9 ชุด และเป็นชุด “บอมบ์สูท” รุ่นอีโอดี 8 จัดซื้อมาจากประเทศแคนาดา เมื่อปี 2547 ราคาชุดละ 2 ล้านบาท ถือว่า “น้อยมาก” ซึ่งจากการสำรวจ “บอมบ์สูท” ที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายระเบิด ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีใช้งานจริงทั้งหมด 11 ชุด

 อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.วิเชียร์ พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ต่อไปนี้การจัดซื้อหาอุปกรณ์ที่ป้องกันเหตุให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะต้องมีการสำรวจก่อนว่า ผู้ใช้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต้องการแบบไหน ที่สามารถเสริมป้องกันชีวิตได้ เพราะที่ผ่านมาเหมือนยัดเยียดให้เขาต้องใช้อุปกรณ์ และให้พื้นที่เองสำรวจอุปกรณ์ที่ใช้ว่า "หมดอายุ" ช่วงไหน แล้วให้ทำเรื่องมาส่วนกลาง จะได้มีการพิจารณาอนุมัติในการจัดซื้อต่อไป
 "ผมรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง และสั่งการให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. และ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางลงพื้นที่ด้วยตนเอง จากการตรวจสอบพบว่า หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดเกิดขัดข้อง ทำให้ ด.ต.กิตติ เข้าไปเก็บกู้เอง โดยสวมชุดบอมบ์สูท ซึ่งระหว่างการเก็บกู้นั้นเกิดระเบิดขึ้น"

 นอกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อนุมัติจัดซื้อแล้ว ปลายเดือนมกราคม 2554 ชุด "บอมบ์สูท" จากประเทศแคนาดาจะมาถึงประเทศไทยอีก 9 ชุด โดยแบ่งให้ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส จังหวัดละ 3 ชุด
 ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายระเบิดของชุดทหารหน่วยเฉพาะกิจอโณทัย ยอมรับว่า มีชุด "บอมบ์สูท" โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานถึง 18 ชุด

 โดยชุดของทหารหน่วยเฉพาะกิจอโณทัยเป็นชุด “บอมบ์สูท” รุ่นอีโอดี 9 ที่หลายประเทศนิยมใช้กัน ทั้งออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา หรือแม้แต่อิสราเอลก็มีใช้ในแต่ละกองทัพ โดยมีการจัดซื้อมาตั้งแต่ปี 2550 ปัจจุบันใช้งานมาแล้วประมาณ 3 ปีเต็ม แต่รุ่นที่ดีที่สุดคือ ของเยอรมนี ที่มีราคาประมาณ 3 ล้านบาท แต่ประเทศเยอรมนี ไม่ยอมขายให้ต่างประเทศ มีแต่เก็บไว้ใช้งานในประเทศของเขา
 เจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายระเบิด หน่วยเฉพาะกิจอโณทัย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องสุดวิสัย และไม่ได้เป็นความประมาทของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพียงแต่ “บอมบ์สูท” ที่เจ้าหน้าที่สวมใส่ในการออกปฏิบัติภารกิจภาคสนามในครั้งนี้ “หมดอายุ"

 “ตอนนี้ชุดบอมบ์สูทที่มีไว้ใช้งานทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ที่ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอยู่ประมาณ 10 ชุดเท่านั้น เมื่อเทียบกับการใช้งานจริงของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจริงอยู่ในภาคสนาม 20 กว่าชุด ซึ่งถือว่าน้อยมาก เจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายระเบิดทุกคนตระหนักดีในการปฏิบัติงานในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะการสำรวจความพร้อมในการปฏิบัติงานแต่ละครั้ง”

 เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุและทำลายระเบิด บอกอีกว่า แม้เจ้าหน้าที่จะรู้ดีว่า “บอมบ์สูท” ไม่ได้ช่วยชีวิตให้แก่เจ้าหน้าที่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่เมื่อถูกฝึกมาให้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนก็พร้อม โดยไม่มีเสียงอิดออด เพราะนั่นคือภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วย “อีโอดี” ที่จะต้องปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ “บอมบ์สูท” สามารถป้องกันแรงดันของระเบิดได้อยู่ที่ประมาณ 5-6 เท่า

 การออกปฏิบัติงานแต่ละครั้งไม่เพียงเฉพาะโชค แต่จะต้องอาศัยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มาผสมผสานในการปฏิบัติงานแต่ละครั้ง เพราะการเข้าไปปฏิบัติงานแต่ละครั้งของเจ้าหน้าที่คิดอยู่ 2 อย่าง คือ งานสำเร็จ กับไม่สำเร็จ ถ้าสำเร็จก็ยังสามารถปฏิบัติงานได้ครั้งต่อไปอีก แต่หากไม่สำเร็จนั่นหมายถึง “ชีวิต” ของเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีใครช่วยได้

 เจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด บอกว่า เสียดายหากมีเจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายระเบิดเสียชีวิตไปคนใดคนหนึ่ง เพราะกว่าจะหามาทดแทนกันได้ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน

 “หลายประเทศมีการนำหุ่นยนต์ หรือ โรบอต เข้ามาใช้งานกันหมดแล้ว แม้แต่ประเทศเล็กๆ ก็ยังมีหุ่นยนต์เข้าไปเพื่อทำลายวัตถุต้องสงสัยก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายระเบิด ใส่ชุด “บอมบ์สูท” เข้าไปสำรวจครั้งสุดท้าย แต่ปัจจุบันเหมือนให้เจ้าหน้าที่เป็น “หนูลองยา" เข้าไปปฏิบัติงาน ซึ่งปัจจุบันทุกเหล่าทัพก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกันหมด”

  ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ อุปกรณ์ป้องกันระเบิด เคยถูกตั้งคำถามว่า จากเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 ซึ่งเจ้าหน้าที่นำไปใช้งานแล้วเกิดความผิดพลาด ตรวจหาวัตถุระเบิดไม่พบ จนเกิด "คาร์บอมบ์" กระทั่งมีการจัดทดสอบเครื่อง จีที 200 และพบว่าไม่มีประสิทธิภาพในการตรวจหาระเบิดได้ กระทั่งรัฐบาลต้องสั่งเลิกใช้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น