วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

ชื่อเรื่อง พระเตรียมย้ายวัดหลังทหารชุด รปภ.ถูกยิงดับ 2 รัฐเชื่อไม่ส่งผลปีใหม่เดือด
 ผู้เขียน อะหมัด รามันห์สิริวงศ์, อับดุลเลาะ หวังนิ
 แหล่งข่าวหลัก สถาบันอิศรา
 คอลัมน์ข่าว ข่าวอิศรา
 URL http://www.south.isranews.org/other-news/643--2-.html
 เนื้อหาเหตุการณ์คนร้ายใช้รถกระบะเป็นพาหนะ และใช้อาวุธสงครามกราดยิงทหารชุดรักษาความปลอดภัยพระสงฆ์จนเสียชีวิตถึง 2 นาย ในเขต อ.เมืองยะลา เมื่อวันเสาร์ที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้ฝ่ายทหารประเมินว่าจะมีเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ดัง ที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุ แต่จากสถิติเหตุร้ายที่เก็บรวบรวมไว้ตลอด 5 ปีก่อนหน้า พบว่าช่วงหลังปีใหม่เป็นช่วงที่มีความรุนแรงเกิดถี่ขึ้นจริง ซึ่งมีมูลเหตุมาจากปัญหาการเมืองท้องถิ่นมากกว่าเรื่องอื่น ขณะที่พระสงฆ์วัดหัวสะพานซึ่งถูกคนร้ายโจมตีชุด รปภ. เตรียมย้ายวัดหนีเหตุร้ายแล้ว


กอ.รมน.เชื่อปีใหม่คุมสถานการณ์ได้


แหล่งข่าวจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) วิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงทหารชุด รปภ.พระสงฆ์ และนายกรัฐมนตรีออกมาระบุอาจมีเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ เช่น "คาร์บอมบ์" ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า จากการสรุปเหตุรุนแรงที่ผ่านมา โดยภาพรวมของสถานการณ์ในปี 2553 มีสถิติการเกิดเหตุลดลงกว่าปี 2552 แม้จะมีเหตุรุนแรงถี่ขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.2553 แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ก็ยังถือว่าน้อยอยู่


"จากข้อมูลสถิติและการวิเคราะห์ตัวเลข พบว่าเหตุรุนแรงจะเริ่มมีความถี่สูงขึ้นในช่วงหลังปีใหม่ ซึ่งน่าจะเกี่ยวพันกับปมการเมืองมากกว่า โดยเฉพาะการเมืองท้องถิ่น สำหรับแนวโน้มปี 2554 ก็คงเป็นเช่นเดิม แต่อาจรุนแรงกว่าช่วงต้นปี 2553 เพราะในพื้นที่มีปัญหาเรื่องยาเสพติดค่อนข้างหนัก" แหล่งข่าว ระบุ


ส่วนความเป็นไปได้ของการเกิด "คาร์บอมบ์" ช่วงปีใหม่นั้น แหล่งข่าวจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า น่าจะเป็นการประเมินทางวิชาการมากกว่า ซึ่งทางหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ได้เฝ้าระวัง และไม่ตกอยู่ในความประมาท ประกอบกับมีการแจ้งเตือนเรื่องสถิติรถหายมากขึ้น ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน และพบว่ารถที่ถูกโจรกรรมได้ถูกลักลอบนำเข้ามาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน แต่ก็ยังไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าจะเกิดเหตุคาร์บอมบ์ หรือมอเตอร์ไซค์บอมบ์ช่วงปีใหม่


ใต้ตึงเครียดควบปิคอัพยิงชุด รปภ.พระ

ด้านสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้งเมื่อเกิด เหตุคนร้ายกราดยิงชุด รปภ.พระจนเสียชีวิต 2 นาย โดยเมื่อเวลา 07.15 น.วันเสาร์ที่ 18 ธ.ค.2553 ร.ต.ท.อนุมัติ รื่นพานิช ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณปากทางถนนอุตสาหกรรม หลังตลาดพิมลชัย ในเขตเทศบาลนครยะลา จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (ผบก.ภ.จว.ยะลา) พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้กำกับการ สภ.เมืองยะลา และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายหน่วย


อย่างไรก็ดี ระหว่างเดินทางพบตะปูเรือใบที่คนร้ายโปรยสกัดไว้ตลอดเส้นทางถนนเลียบแม่น้ำ ปัตตานีไปจนถึงตลาดเก่า เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากวาดเก็บตะปูขนาด 3 นิ้วอย่างทุลักทุเลนานหลายนาที เพราะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก


ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังรุดไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานรถไฟ ข้ามแม่น้ำปัตตานี พบกองเลือดและปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 อาก้า เอชเค และลูกซอง ตกเกลื่อนหลายสิบปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ ส.อ.สุริยะ ไชยยันต์ อายุ 28 ปี และ พลทหารซัมซูดิง มะแซ อายุ 22 ปี สังกัดหน่วยเฉพาะกิจยะลา ถูกยิงเข้าจุดสำคัญ อาการสาหัสมาก จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา แต่ปรากฏว่าทั้งคู่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างทาง


นอกจากนั้นยังมีพระภิกษุถูกกระสุนปืนเฉี่ยวได้รับบาดเจ็บอีก 1 รูป คือ พระสะอาด เขมวีโร อายุ 28 ปี เจ้าอาวาสวัดหัวสะพาน หมู่ 3 ต.ยุโป อ.เมืองยะลา เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาเช่นกัน


จากการสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่ง ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.อ.สุริยะ และ พลทหารซำซูดิง ได้เดินนำ พระสะอาด ออกจากวัดหัวสะพาน เดินข้ามสะพานรถไฟมุ่งหน้าไปบิณฑบาตในเขตเทศบาลนครยะลา แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ มีรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเขียวหัวเป็ด ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จอดอยู่ริมถนน ภายในรถมีชายฉกรรจ์อยู่ไม่ต่ำกว่า 6 คน โดย 4 คนซ่อนตัวอยู่ในกระบะท้ายซึ่งมีผ้าเต็นท์คลุมอยู่ ทั้งหมดมีอาวุธปืนครบมือ เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารเดินนำพระภิกษุเข้าไปในระยะยิง คนร้ายในกระบะรถได้ลุกขึ้นและใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มเสียงดังสนั่นหวั่น ไหว เสียงปืนทำให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดพิมลชัยซึ่งอยู่ไม่ห่างกันตื่นตกใจวิ่งหนี ตายกันอลหม่าน หลังสิ้นเสียงปืนซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นายได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ยังไม่เสียชีวิต คนร้ายยังได้กระโจนลงจากกระบะท้ายรถ วิ่งไปชิงอาวุธปืนเอ็ม 16 จาก ส.อ.สุริยะ  ก่อนขับรถหลบหนีไป โดยโปรยตะปูเรือใบไว้ตลอดทาง นอกจากนั้นแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบยังได้วางกล่องต้องสงสัยเป็นระเบิดปลอม ไว้ที่ปากซอยมัสยิด 2 ถนนสิโรรส อีกด้วย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ


ได้เค้ามือยิงชุด รปภ.พระ


พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ยะลา กล่าวว่า เป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ คนร้ายปฏิบัติการใช้อาวุธสงครามในเขตเมือง และก่อเหตุอย่างรวดเร็ว จากการตรวจสอบจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด รวมทั้งสอบปากคำพยานบุคคล ทราบว่าคนร้ายมีจำนวน 6 คน ขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของทุกหน่วยให้ร่วมกันติดตามเบาะแส ของคนร้าย เบื้องต้นพอจะทราบกลุ่มที่ปฏิบัติการแล้ว โดยเป็นกลุ่มที่ได้รับการฝึกทางยุทธวิธีมาเป็นอย่างดี


"คนร้ายเป็นคนในพื้นที่ จ.ยะลา และเคยมีหมายจับในคดีอาญารวมทั้งคดีความมั่นคงหลายคดี" ผู้การยะลา กล่าว


ต่อมา กำลังพลจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้ทำพิธีส่งศพ พลทหารซัมซูดิง กำลังไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามที่บ้านกะพ้อใน หมู่ 7 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ขณะที่ ส.อ.สุริยะ ได้มีพิธีรดน้ำศพที่วัดพุทธภูมิ อ.เมือง จ.ยะลา โดยผู้บังคับบัญชาได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมเหรียญเชิดชูเกียรติให้กับครอบครัวของทหารทั้ง 2 นายด้วย


เจ้าอาวาสวัดหัวสะพานเตรียมย้ายวัด


ที่วัดหัวสะพาน บ้านบาโด หมู่ 3 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา นายวิทยา พานิชพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายอนุศาสตร์ สุวรรณมงคล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และเจ้าหน้าที่ชุดเยียวยาจังหวัด ได้เดินทางเข้านมัสการพระสะอาด เขมวีโร เจ้าอาวาสวัดหัวสะพาน ที่อยู่ในเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงชุด รปภ.พระ


พระสะอาด กล่าวว่า ขณะออกบิณฑบาต มีทหารเดินนำหน้า กลุ่มคนร้ายนั่งอยู่ในรถกระบะ และใช้อาวุธสงครามยิงถล่มจนทหารเสียชีวิต ในวินาทีนั้นได้ล้มตัวลงนอนหงายกับพื้น เพราะเชื่อว่าคงถูกยิงแน่ แต่กลุ่มคนร้ายกลับไม่ได้ทำร้ายแต่อย่างใด แต่จากการตรวจสอบหลังเกิดเหตุพบว่าที่บาตรมีรอยกระสุนปืน 1 รู


"ขณะเกิดเหตุอาตมารู้สึกตกใจ แต่ก็รวบรวมสติได้ ขณะนี้รู้สึกเฉยๆ และมีขวัญกำลังใจดีขึ้น ล่าสุดได้รับแจ้งจากเจ้าคณะจังหวัดยะลาให้อาตมาย้ายไปจำพรรษาที่วัดแห่งใหม่ ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยให้เดินทางไปภายในสิ้นเดือนนี้ ส่วนที่ฝ่ายทหารได้แสดงความห่วงใย โดยเฉพาะผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ขอให้พระไม่ต้องออกบิณฑบาต โดยให้ทหารทำอาหารถวายนั้น อาตมาขอขอบใจ แต่คงไม่ได้ เพราะการบิณฑบาตเป็นกิจของสงฆ์" พระสะอาด กล่าว


พบศพ 2 วัยรุ่นถูกฟันศีรษะ-ไล่ยิงทหาร-ปะทะที่ยะหริ่ง


เวลา 09.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบศพวัยรุ่น 2 คนบริเวณถนนเลียบแม่น้ำปัตตานี ท้องที่ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ทั้งสองศพมีร่องรอยถูกฟันด้วยของมีคมที่ศีรษะ และมีรอยถูกจุดไฟเผาเล็กน้อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง ใกล้ๆ กับจุดพบศพยังพบกระเป๋าลายพรางทหาร 1 ใบ ภายในกระเป๋ามีเสื้อช็อปมหาวิทยาลัยชุมชนปัตตานี 1 ตัว  และเสื้อช็อปมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อีก 1 ตัว  ตรวจสอบหลักฐานเบื้องต้นจนทราบว่า ผู้ตายคือ นายมะคิดดี  นะยะอิ อายุ 15  ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 บ้านพงยือเระ หมู่ 3 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา กับ ด.ช.อับดุลเลาะห์  มะบากอ  อายุ 14  ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/1 บ้านตอแล หมู่ 2 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปประเด็นสังหารโหดครั้งนี้ว่าเกิดจากสาเหตุใด


ช่วงเวลาใกล้เคียงกันยังเกิดเหตุคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ และใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดประกบยิง นายสุธน เวหะ อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 บ้านตาแปด หมู่ 5 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ทำให้นายสุธนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขณะที่นายสุธนขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 ท้องที่บ้านใหม่ทุ่งนเรนทร์ หมู่ 9  ต.บ่อทอง  อ.หนองจิก  จ.ปัตตานี เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุของการลอบยิงน่าจะมาจากเรื่องการเมืองท้อง ถิ่น เนื่องจากนายสุธนเป็นอดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปากบาง และที่ผ่านมามีความขัดแย้งใน อบต.ปากบางอย่างรุนแรง


ก่อนหน้านั้น เวลา 06.00 น. ยังเกิดเหตุคนร้ายจำนวน 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง จ.ส.อ.ประสาทพร เสวรรณะ สังกัดกรมททหารพรานที่ 43 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยขณะขี่รถอยู่บนถนนชนบทสายยาบี-บ่อทอง บ้านไผ่มัน หมู่ 3 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ


วันศุกร์ที่ 17 ธ.ค. เวลา 16.45 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาด ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขณะนำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมาย ในบ้านบาโรย หมู่ 3 ต.บาโรย อ.ยะหริ่ง จนเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดนาน 5 นาที หลังสิ้นเสียงปืนพบว่า ส.ต.ต.ดำรงค์ คารี เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้นยังมี ด.ช.อับดุล วาฮับเม็ง อายุ 13 ปี ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บไปด้วย ส่วนฝ่ายผู้ต้องสงสัยถูกยิงเสียชีวิต 1 คน คึอ นายนูยิ  บือราเฮง เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอาญาในพื้นที่ พร้อมยึดปืนพกขนาด 9 ม.ม.ได้อีก 1 กระบอก
 วันที่เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2553
 วันที่บันทึกข้อมูล 20 ธ.ค. 2553

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น