วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

ระเบิดขึ่นริมศาลาที่พักผุ้โดยสารททางเข้าบ้านสาคอ

ก่อนหน้า 2 ชั่วโมงที่คณะของ สร.1 จะมาทำพิธีเปิดถนน 418  ได้เกิดเหตุ ระเบิดขึ่นที่บริเวณริมศาลาที่พักผุ้โดยสารททางเข้าบ้านสาคอ ต.ท่าสาป อ.เมืองจ.ยะลา และห่างจากจุดเปิดงานประมาณ 200 เมตร โดยคนร้ายได้นำระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม จุดระเบิดด้วยโทรฯมือถือ เป็นเหตุให้ จนท.ตร.ที่มารักษาความเรียบร้อย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่คิ้ว

และต่อมา  ห่างกันเวลาประมาณ 30 นาที มีรายงานด่วนมายังกองอำนวยการร่วมในงานเปิดถนนว่า เกิดระเบิดขึ้นอีก 1 ครั้งที่บริเวณศาลาที่พักภายในโรงเรียนบ้านบาตัน ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา  เป็นเหตุให้ จนท.ทหารพรานของ ร้อยร.4712 เสียชีวิตคาที่ 1 นาย

หลังเกิดเหตุ  จนท.ตร.ชุดเก็บกู้วัตถระเบิดและ  ตรวจสถานที่เกิดเหตุ เดินทางไปทำการตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้นำระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ7-10 กก.จุดด้วยโทรศัพท์มือถือ โดยคนร้ายได้วางระเบิดไว้ใต้พื้นของศาลาดังกล่าว  ขณะที่จนท.ทหารพรานผู้เสียชีวิตได้ผูกเปลนอนภายในศาลา คนร้ายเห็นจึงสบโอกาสกดระเบิดทำให้ จนท.ทหารพราน ทราบชื่อต่อมา อส.ทพ.สมมาตร เรืองสว่าง อายุ 28 ปี ร่างแหลกจากแรงระเบิดเสียชีวิตทันที

จากเหตุการณ์ทั้ง2  เกิดขึ้น ประมาณ 10.00 น.จนท.ทหารได้ทำการปิดสัญญาณสื่อสารอิเล็คโทรนิคทุกชนิดทันทีเพื่อป้องกันเหตุร้ายภายในบริเวณงานเปิดถนนสาย 418 ในเวลาต่อมา จนกระทั่งเสร็จพิธีเมื่อเวลา 12.00 น.

สำหรับความเป็นมาของโคตรถนน  ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  418 นี้นั้น ปีพ.ศ.2545 เริ่มดำเนินการตามสัญญาเมื่อ 9 กค. 45 แต่ปรากฏว่า หจก.พรเกษม ผู้รับจ้าง ไม่สามารถเข้าดำเนินการก่อสร้างได้ เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องของการเวณคืนที่ดินจากชาวบ้านแนวเส้นทาง  ต่อมา เดือน เมษายน 2546 บริษัทดังกล่าวก็เข้าดำเนินการก่อสร้างได้  ระหว่างการก่อสร้างได้เกิดเหตุสถานการณ์ความไม่สงบ อีกทั้งมีการปรับระดับราคาค่าก่อสร้างใหม่อีกทั้งมีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายนายช่างประจำโครงการหมุนเวียนหน้าที่โยกย้ายกันออกไป  ต่อมาต้นปี 2548  กรมทางหลวง ได้แต่งตั้งให้นายไกรศรี ธีระสำราญ เป็นนายช่างโครงการ ดำเนินการต่อ ประกอบกับ เดือน ธค.48 กรมทางหลวง ได้บอกเลิกสัญญากับ บหจก. พรเกษมฯ ผุ้รับเหมา และได้โอนมอบงานให้ กรมทหารช่างเข้ามาดำเนินการต่อจนแล้วเสร็จ รวมระยะเวลาก่อสร้าง 8 ปี ถือเป็นถนนที่ใช้เวลาการก่อสร้างยาวนานที่สุดใน 3 จว.ชายแดนภาคใต้และใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 1,244,983,055.94 บาท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น