วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

คู่สามีภรรยาชาวยูเครนประทับใจเมืองยิ้ม เข้ามนับถือพุทธศาสนา

นักปฎิบัติการจิตวิทยาชาวยูเครน พาสาวเมืองเดียวกันท่องเที่ยวไทย ประทับใจสยามเมืองยิ้ม จูงมือกันเข้าพิธีแต่งงานแบบไทย ให้พระสงฆ์สวด คล้องสายมงคล ปะพรมน้ำพระพุทธมนต์ ถวายภัตราหารเพล ชื่นชอบวิถีชีวิตแบบพุทธ เปิดใจมาเที่ยวประเทศไทย พบ 2 คนที่น่าเบื่อ และน่ากลัว คือคนเมา และคนขับรถแท็กซี่
เรื่องนี้ได้ถูกเปิดเผยจาก นายจิรพฤทธิ์ โสดร ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด สวนนงนุชพัทยา ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ว่าได้มี นายอเล็กซานเดอร์ โดนี่เยียนโค่ อายุ 35 ปี นักปฎิบัติการจิตวิทยา สาธารณรัฐยูเครน ได้จูงมือ นางสาวเยกกาจีรีน่า อายุ 27 ปี แฟนสาว สัญชาติ และอาชีพเดียวกัน เข้ามาติดต่อเพื่อขอให้จัดพิธีแต่งงานแบบประเพณีไทย ในบ้านทรงไทย ขี่หลังช้างไทย โดยมุ่งเน้นให้นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ คล้องสายมงคล และปะพรมน้ำพระพุทธมนต์ เจิมหน้าผากคู่บ่าวสาว เพื่อเป็นสิริมงคลในการใช้ชีวิตคู่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มีโอกาสเข้ามา เที่ยวและสัมผัสวิถีชีวิตจริงของคนไทย สมกับเป็นสยามเมืองยิ้ม และจะยึดหลักปฎิบัติในการดำรงชีวิตประจำวัน และชีวิตคู่แบบธรรมเนียมไทย นับถือศาสนาพุทธ
นายอเล็กซานเดอร์ โดนี่เยียนโค่ เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวชอบเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศต่าง ๆ หลายประเทศในโซนเอเชีย บางประเทศก็รู้สึกน่ากลัว ท่องเที่ยวด้วยความหวาดระแวงในชีวิตและทรัพย์สิน บางประเทศก็ดูเหมือนไม่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวต่างผิวพรรณ ต่างศาสนา และต่างประเพณีกัน แต่ยอมรับว่าเมื่อได้มาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยได้พาแฟนสาวเข้ามาท่องเที่ยวด้วย โอกาสแรกรู้สึกไม่ดีกับคนขี้เมา และคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวที่สุด เพราะเมื่อลงจากเครื่องบิน สิ่งที่พบต่อไป ก็คือคนขับรถแท็กซี่ ที่ต้องเหมาไปส่งโรงแรม แต่เมื่อได้มีโอกาสได้ท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย เช่นเมืองพัทยา สวนนงนุชพัทยา และอีกหลายแห่ง ปรากฏว่าได้ลบล้างสิ่งที่เราคิดว่าเลวร้าย 2 อย่างออกไปเกือบหมดสิ้น ก็คือ คนขับรถแท็กซี่ และคนเมา ที่ชอบรบกวน เพราะวิถีชีวิตของคนไทยน่ารัก น่าศรัทธาอย่างมาก ยิ้ม ต้อนรับ แบบไม่หวังผลตอบแทน
และยังได้กล่าวอีกว่าด้วยการที่เห็นวิถีชีวิตของคนไทยมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงได้จงใจ ตั้งใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย เพื่อศึกษาคนไทยโดยได้พาแฟนสาวมาด้วยนั้น ทำให้เกิดแนวคิดกับแฟนที่ได้รักกันแนบแน่นมาแล้ว 6 เดือน เข้าพิธีแต่งงานแบบไทย เรา 2 คน จะได้ศึกษาการดำเนินชีวิตที่ราบเรียบ มีความสุข ทำบุญ ให้ทาน นับถือศาสนาพุทธ ไหว้พระ ก็จะทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข ความสงบมากยิ่งขึ้น ชีวิตคงสดชื่นมากไปกว่านี้ เมื่อกลับไปบ้านเกิดก็จะพยายามใช้ชีวิตประจำวันแบบคนไทย นับถือศาสนาพุทธ ต่อไปให้ยาวนาน
นายจิรพฤทธิ์ โสดร เปิดเผยว่า จากการสังเกตตั้งแต่คู่รักแต่งชุดไทย เขารู้สึกดีใจ ภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะนั่งหรือเดิน คู่รักคู่นี้จะแสดงความรัก ผูกพันด้วยการจูบกันหลายร้อยครั้ง และยังได้ขอนั่งหลังช้างชมสวนสวยอีกด้วย ซึ่งหนุ่มสาวชาวยูเครน ถือว่าเป็นอีกโปรแกรมหนึ่งในการเป็นจุดขายการท่องเที่ยวที่กำลังทรุดอย่าง หนัก ทั้งคู่นับถือศาสนาคริสต์ แต่ได้ตกลงปลงใจกับแฟนสาวแล้วว่าจะเปลี่ยนวิถีชีวิตคู่แบบชาวพุทธ วิถีไทยให้มากที่สุด เพราะรู้สึกประทับใจคนไทย ชื่นชอบวิถีชีวิตแบบคนไทย ดูเรียบง่าย อ่อนน้อม และมีเมตตา และเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่ชาวยูเครนได้ติงคนเมา และคนขับรถแท็กซี่ซึ่งสร้างปัญหาในภาพรวมของนักท่องเที่ยว ต้องให้ชมรมรถแท๊กซี่ละลายพฤติกรรมคนที่ชอบเห็นแก่ตัว โก่งค่าโดยสารชาวต่างประเทศ เพราะจะทำให้ภาพรวมของการท่องเที่ยวเสียหาย

วันที่ 13/6/2009

ที่มา http://www.naewna.com/news.asp?ID=165804

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น