วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554


อิหร่านประกาศแขวนคอสมาชิกลัทธิวะฮาบีย์ที่บ้าคลั่ง 12 คน

ในจำนวนผู้ก่อการร้าย 13 คน มี 12 คนที่ถูกตัดสินให้ประหารชีวิตอย่างแน่นอนแล้ว หนึ่งในนั้นคือ “นายอับดุลหะมีด รีกีย์” ที่เหลืออีกหนึ่งถูกตัดสินให้จำคุก 5 ปี
หุจญะตุลอิสลามวัลมุสลิมีนหะมีดีย์ หัวหน้าศาลจังหวัดสีสตาน บะลูจิสตาน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว FARS ว่า “ก่อนที่จะทำพิธีแขวนคอนายอับดุลหะมีด รีกีย์ และพรรคพวกอีก 12 คน จะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง แต่หวังว่า อินชาอัลลอฮฺ ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในปลายสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน”
นอกจากนี้ หัวหน้าศาลจังหวัดสีสตาน บะลูจิสตาน ยังได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว FARS เกี่ยวกับการพิจารณาคดีความของ “นายอับดุลหะมีด รีกีย์” น้องชายของ “นายอับดุลหะมีด รีกีย์” ผู้ก่อการร้ายที่มีความบ้าคลั่งและมีชื่อเสียงโด่งดัง ตลอดจนสมาชิกของ “กลุ่มญุนดุลลอฮฺ” ที่ลอบเข่นฆ่าประชาชนด้วยการวางระเบิดและก่อความวุ่นวายภายในรัฐอิสลามอิหร่านมาเป็นเวลาช้านานในต่างกรรมต่างวาระ และถูกทางการจับกุมตัวเมื่อไม่นานมานี้ว่า “ในจำนวนผู้ต้องหา 13 คน มีคำตัดสินพิพากษาให้ประหารชีวิต 12 คน หนึ่งในจำนวนนั้นคือนายอับดุลหะมีด รีกีย์ และอีกหนึ่งคนถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี”
ส่วนคำถามที่ว่าจะมีการประหารชีวิตด้วยการแขวนคอต่อหน้าสาธารณชนหรือไม่นั้น หุจญะตุลอิสลามหะมีดีย์ ตอบว่า “ตอนนี้เรากำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา และยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีการประหารชีวิตต่อหน้าสาธารณชนหรือไม่ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นเช่นนั้น”
หัวหน้าศาลจังหวัดสีสตาน บะลูจิสตาน ยังกล่าวถึงข้อหาที่ร้ายแรงของผู้ต้องหาทั้งหมดว่า “ความผิดที่ชัดเจนที่สุดก็คือ “มุหาเราะบะฮฺ” (ก่อสงคราม) ที่สมาชิกกลุ่มนี้ได้สั่งสมและลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่บันดานีย์ , ร่วมกันก่อการร้ายในเหตุการณ์ที่ตาสูกีย์และดารฺซีน , ปิดกั้นถนนและทางสัญจรที่ชาบะฮอรฺ , เข่นฆ่าสังหารนักท่องเที่ยวและจับอีกส่วนหนึ่งไปเป็นตัวประกัน , จับนักท่องเที่ยวทั้งชาวอิหร่านและชาวต่างชาติไปเรียกค่าไถ่ นอกจากนี้ ยังเผารถยนต์อีกจำนวนหนึ่งด้วย ฯลฯ”
เขากล่าวย้ำในการให้สัมภาษณ์ช่วงสุดท้ายด้วยว่า “องค์กรตุลาการจะไม่มีวันตกอยู่ภายใต้การข่มขู่คุกคามของพวกก่อการร้ายทั้งหลายที่พยายามให้เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาในครั้งนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการบีบคั้นใด ๆ เข้ามา ทว่า กรณีที่มีการข่มขู่คุกคาม เราจะไม่มีวันตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง”
در اين پرونده كه رسيدگي شد 13 نفر متهم بودند كه راجع به هر 13 نفر آنها حكم صادر شده است كه در اين بين 12 نفر محكوم به اعدام كه از جمله آنها عبد الحميد ريگي مي‌باشد و يك نفر هم محكوم به تبعيد در زندان به مدت 5 سال شده است.
حجت الاسلام ابراهيم حميدي گفت: براي اجراي احكام عبدالحميد ريگي و 12 متهم اين پرونده بايد تشريفات بعدي انجام شود ولي به اميد خداوند تا آخر هفته جاري احكام آنها اجرا خواهد شد.

حجت الاسلام ابراهيم حميدي رئيس كل دادگستري استان سيستان و بلوچستان در گفت و گو خبرگزاري فارس با اشاره به روند رسيدگي پرونده عبد الحميد ريگي برادر تروريست معروف عبد المالك ريگي و تعداد دستگير شدگان گروهك تروريستي جندالله گفت: در اين پرونده كه رسيدگي شد 13 نفر متهم بودند كه راجع به هر 13 نفر آنها حكم صادر شده است كه در اين بين 12 نفر محكوم به اعدام كه از جمله آنها عبد الحميد ريگي مي‌باشد و يك نفر هم محكوم به تبعيد در زندان به مدت 5 سال شده است.

وي افزود: براي اجراي حكم اين متهمان بايد تشريفات بعدي انجام شود و به اميد خداوند تا آخر هفته جاري حكم آنها اجرا خواهد شد.

رئيس كل دادگستري استان سيستان و بلوچستان در خصوص اينكه حكم اين متهمان در ملاء عام اجرا خواهد شد اظهار داشت: فعلا در حال برنامه ريزي براي اجراي حكم هستيم و نمي‌توانيم اعلام كنيم كه حكم در ملاء عام اجرا خواهد شد يا نه ولي اين امكان وجود دارد كه اين حكم در ملاء عام اجرا شود.
حميدي با اشاره به مهمترين اتهامات متهمان اين پرونده ادامه داد: عنوان اتهام كلي متهمان محاربه است كه اتهام آنها از طريق راه بنداني مسلحانه، مشاركت در حادثه تاسوكي و دارزين، راه بندي مسير چابهار و كشتن مسافران و به گروگان بردن عده‌اي از آنها و همچنين آتش زدن تعدادي وسيله نقليه و آدم ربايي اتباع خارجي و البته هموطنانمان مي‌باشد.

وي در پايان تاكيد كرد: قوه قضائيه به هيچ عنوان تحت فشار تروريست‌ها براي اجراي اين حكم قرار نخواهد گرفت كه البته چنين فشاري نيز بر قوه قضائيه نيست ولي در صورتي كه اين فشار هم وجود داشته باشد ما تحت تاثير آن نخواهيم بود.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น