วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

คาร์บอมบ์'บาเจาะ'

บาดเจ็บ4 ที่'ยะลา' ซุ่มโจมตี
วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7336 ข่าวสดรายวัน
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOek13TVRJMU13PT0=


คาร์บอมบ์ - เจ้าหน้าที่ตรวจสอบซากรถกระบะซึ่งคน ร้ายใช้ทำคาร์บอมบ์ ระเบิดบริเวณหน้าหมวดการทางบาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส มีผู้บาดเจ็บในเหตุ การณ์ 4 ราย
โจรใต้วางบึ้มทหารฉก.ยะลาที่ 12 ขณะลาดตระเวนเส้นทางให้กับครูริมถนนสายจะกว๊ะ-เกะรอ อ.รามัน ก่อนโจมตีซ้ำแต่ได้ยิงตอบโต้จนเผ่นกระเจิง ส่วนที่นราธิวาสคนร้ายจุดชนวนคาร์บอมบ์หน้าแขวงการทางบาเจาะ ในรถกระบะมาสด้า ส่งผลให้จนท.การทางบาดเจ็บ 3 คน และชาวบ้านอีก 1 ชี้เป็นระเบิดแสวงเครื่องใส่ในถังดับเพลิงหนัก 15 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ผบ.ทบ. เผยหลังยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีบางพื้นที่เหตุ ารณ์ยังไม่สงบ

เมื่อเวลา 07.25 น. วันที่ 29 ธ.ค. ศูนย์วิทยุสภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่ทหารชุด ร้อยร.15222 หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 12 ซึ่งเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทางดูแลรักษาความปลอดภัยครูว่า เกิดเหตุระเบิดที่ริมถนนสายจะกว๊ะ-เกะรอ ห่างจากปากทางเข้าบ้านพะปูเงาะประมาณ 150 เมตร หมู่ 4 ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา โดยมีการยิงปะทะกับกลุ่มคนร้าย หลังรับแจ้งจึงพร้อมพ.ต.ท.ทรงวุฒิ ศรีอร่าม สว.หน.สภ.จะกว๊ะ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิดกว้างประมาณ 1 เมตร ลึก 90 ซ.ม.อยู่ริมถนน โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด พบเศษกล่องเหล็กที่คนร้ายใช้บรรจุระเบิด เศษโทรศัพท์มือถือ และเศษเหล็กเส้นตัดขนาด 1 นิ้วกระจายอยู่จำนวนมาก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นคาดว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องหนักประมาณ 5 ก.ก. บรรจุในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ที่คนร้ายนำมาวางไว้ข้างเสาหลักริมถนน

สอบสวนทราบว่า ขณะที่ส.อ.อิศริน ธนูสา หัวหน้าชุดร้อยร.15222 ฉก.ยะลา 12 นำกำลังทหาร 8 นาย เดินเท้าลาดตระเวนเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับครูและประชาชนในพื้นที่ ขณะใกล้ถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 5 เมตร เกิดระเบิดขึ้นทันที จากนั้นมีเสียงปืนดังออกมาจากป่ายางข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงหลบหาที่กำบังพร้อมยิงตอบโต้กับกลุ่มคนร้ายประมาณ 5 นาทีเสียงปืนจึงหยุดลง พบว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากแรงอัดของระเบิดทำให้หูอื้อ เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นฝีมือของคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีรายงานแจ้งเตือนไปยังกำลังในพื้นที่ว่า พบความเคลื่อน ไหวของนายดุลละหะเล็ง ยามาสกา หรืออีหม่าม หะเล็ง จะกว๊ะ แกนนำระดับสั่งการที่มีหมายจับในคดีความมั่นคง เข้ามาประชุมเพื่อสั่งการให้กลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ก่อเหตุร้ายในช่วงเทศกาลปีใหม่

ส่วนความคืบหน้ากรณีคนร้าย 6 คนใช้อาวุธสงครามยิงชุดรักษาความปลอดภัยพระสงฆ์ ปากซอยถ.อุตสาหกรรม ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ทำให้ส.ท.สุริยะ ชัยยันต์ และพลทหารซันซูดี มะแซ ทหารสังกัดฉก.ยะลาที่ 11 เสียชีวิต เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันเดียวกัน พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ผลการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานในที่เกิดเหตุพบว่า อาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้มี 5 กระบอก พิสูจน์ทราบแล้ว 2 กระบอก คือ ปืนเอเค 47 เป็นปืนที่เคยใช้ก่อเหตุมาแล้ว 1 ครั้ง คือเมื่อ 13 ก.ย. 2552 คนร้ายใช้ยิงอาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ขณะเดินทางกลับจากทำพิธีละหมาดที่มัสยิด บนถนนหน้าอนามัย หมู่ 3 ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา และปืนเอ็ม 16 เคยใช้ก่อเหตุมาแล้ว 7 ครั้ง

คือ ยิงบ้านพักข้าราชการตำรวจควนกูบู หมู่ 3 อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2550 ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ยิงนายแวหะมะ หะยีสะมะแอ คนขับรถปลัดอำเภอเสียชีวิต บ้านเลขที่ 13 บ้านบาตัน ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2550 ยิงนายอาหามะ เจ๊ะซู ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และนายเจ๊ะลือมา โต๊ะเก็ง ขณะก่อสร้างป้อมยามสะพานดำ เสียชีวิต 2 คน บนถนนในหมู่บ้านบาโด หมู่ 3 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2551 ยิงนายมะนียา สามาลี เสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 145 หมู่ 7 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2551

ยิงจุดตรวจบาโงยซิแน หมู่ 2 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2552 กระสุนปืนไม่ถูกผู้ใด และยิงอาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ขณะเดินทางกลับจากละหมาดที่มัสยิด บนถนนหน้าอนามัย หมู่ 3 ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2552 ยิงนายนิโกะ กูโน ลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วนของฉก.ยะลาที่ 11 เสียชีวิต บนถนนสายบ้านเนียง-ยะหา หมู่ 4 ต.เปาะเส้ง อ. เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2553

ซึ่งจากผลการตรวจพิสูจน์วัตถุพยาน ทางกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ซึ่งได้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ส่วนที่จ.นราธิวาส เวลา 08.50 น. ขณะที่ร.ต.ต.ภราดร โคตรทัศน์ ร้อยเวรสภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส กำลังปฏิบัติหน้าที่บนสภ.บาเจาะ ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวบนถนนหน้า ที่ทำการหมวดการทางบาเจาะ ห่างสภ.บาเจาะประมาณ 150 เมตร จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รองผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ. จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิ วาส น.อ.สมเกียรติ ผลประยูร ผบ.ฉก.นย. น.ท.รัฐโรจน์ อภิรัชช์รัศมี ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นรา ธิวาส พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบว่าที่ริมเกาะกลางถนนตรงข้ามหมวดการทางบาเจาะมีรถยนต์กระบะมาสด้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บร 6937 สงขลา ถูกแรงระเบิดชิ้นส่วนต่างๆ กระเด็นไปคนละทิศละทาง บางชิ้นกระเด็นไปตกอยู่บนหลังคาอาคารพาณิชย์ และถูกฝาผนังอาคารได้รับความเสียหาย 7 ห้อง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เหลือส่วนหน้าและกระบะท้าย พบมีผู้บาดเจ็บ 4 ราย พลเมืองดีนำตัวส่งรักษาร.พ.บาเจาะ ทราบชื่อ นายอับดุล ดือราแม อายุ 24 ปี นายอาแวมะ กะรง อายุ 55 ปี นายมะซับรี ละเล็ง อายุ 26 ปี พนักงานหมวดการทางบาเจาะ และนายสะตอปา มูนา อายุ 52 ปี

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้าย 1 คน ขับรถยนต์กระบะมาสด้าที่ภายในซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงหนัก 15 ก.ก. จุดชนวนด้วยโทร ศัพท์มือถือที่วางไว้บริเวณแค็บหลังมาจอดไว้ริมเกาะกลางถนนหน้าที่ทำการหมวดการทางบา เจาะ ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้เปิดประตูรถยนต์กระบะแล้วเดินข้ามถนนไปประมาณ 3 นาที จึงเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้พนักงานหมวดการทางบาเจาะที่กำลังเดินอยู่ในที่ทำงาน ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ พร้อมชาวบ้านอีก 1 คน ที่เดินอยู่ริมถนน

วันเดียวกัน เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐ บาล ภายหลังการประชุมปฏิบัติงานประจำปี 2553 และแถลงแผนงานปฏิบัติงาน ประจำปี 2554 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาย ในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.กอ. รมน.เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และผู้นำทุกเหล่าทัพ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ในภาคใต้ภายหลังยก เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินในบางพื้นที่ว่า เหตุการณ์ความไม่สงบยังเกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะคนที่ไม่ต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อย แต่ทางกอง ทัพและฝ่ายปฏิบัติการจะใช้ทุกวิธีการเพื่อต่อต้าน แต่จะยึดถือแนวทางที่จะไม่ใช้ความรุนแรง ใช้กฎหมายที่มีอยู่ กระบวนการยุติธรรม และประกอบด้วยพยานหลักฐาน อย่าใช้คำว่าสถาน การณ์จะรุนแรงขึ้น เพราะมันไม่เกิดประโยชน์อะไร ตราบใดที่มีผู้ทำผิดกฎหมายใช้ความรุนแรงอยู่มันก็ต้องเกิดเหตุ เพียงแต่ว่าจะเกิดมากหรือเกิดน้อยเท่านั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่จะมีการข่าว การระวังป้องกัน และเฝ้าระวังร่วมกับประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน จึงเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีเหตุเกิด แต่ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้เกิดเหตุแม้แต่รายเดียว พยายามทำอย่างเต็มที่ และขอให้ประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังในช่วงปีใหม่ ไม่เพียง เฉพาะภาคใต้ แต่ทุกพื้นที่ที่จังหวัด ที่จะต้องร่วมกันเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเรื่องอุบัติภัย หรือการกระทำผิดต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะคนมี 60 กว่าล้านคน คนดีก็มีคนไม่ดีก็มี อย่าไปกังวล ให้กำลังใจได้ แต่ถ้าไปพูดว่าทำอย่างไรไม่ให้เกิด เพราะเราคิดทำทุกวันอยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เป็นความรับผิดชอบ ภารกิจในหน้าที่ต้องทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระมัดระวังตลอดเวลาให้สูญเสียน้อยที่สุด ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้บริสุทธิ์ ในส่วนกทม.ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ ยังไม่ได้รับรายงานด้านการข่าวเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงปีใหม่ ปีใหม่ปีนี้เป็นปีแห่งความสุขของคนไทย ถ้าใครทำผิดก็ต้องถูกประณาม

(กรอบบ่าย)

หน้า 1

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น